หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายสัปดาห์ | ข่าวปก
 
เขย่า “ข้าราชการ” 1.5 ล้านคนใหม่ พวกไร้ฝีมือ บีบพ้นเส้นทาง!
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 6 ธันวาคม 2550 10:00 น.
       * ภายใน 1 ปีข้าราชการกว่า 1.5ล้านคน ต้องเข้าสู่ระบบใหม่
       * บิ๊กขี้หลี-เด็กเส้น-พวกเช้าชามเย็นชาม อยู่ยาก
       * เผยกลไกสกัดอิทธิพลการเมืองล้วงลูกในทุกระดับ
       * ส่วนคนดี มีฝีมือ พิสูจน์กึ๋นได้เต็มที่
       * “สเปก” ข้าราชการแบบใด มีโอกาสโตทั้งเงินและตำแหน่ง...

       
       ขณะนี้อาชีพที่ออกจะตุ๊มๆ ต่อมๆ มากสุดเพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก พ.ร.บ.ฉบับใหม่คือ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ ที่ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติไปอย่างง่ายๆ ด้วยมติเป็นเอกฉันท์ ที่จะเกิดผลกระทบกับข้าราชการกว่า 4 แสนคนและข้าราชการที่อยู่นอกระบบแต่ยึดระเบียบข้าราชการก.พ.เป็นเกณฑ์พิจารณาอีกกว่า 1 ล้านคน
       
       พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ มีจุดเด่นตรงที่จะมีการยกเลิกระบบซีทั้งหมด มีการแยกการบริหารราชการออกเป็น 4 แท่ง คือแท่งทั่วไป แท่งวิชาการ แท่งอำนวยการ และแท่งบริหาร ที่สำคัญเมื่อ พ.ร.บ.นี้บังคับใช้ ข้าราชการทุกคนต่างสนใจและตั้งความหวังมากที่สุดว่าเงินเดือนของภาคราชการ ที่สามารถเทียบเคียงกับภาวะตลาดและภาคเอกชนได้แน่
       
       เปิดข้อมูล 4 แท่ง-เงินเดือนใหม่
       
       โดยข้าราชการทั้งหมดจะถูกจำแนกกลุ่มใหม่หมดตามภาระหน้าที่ โดยในแท่งทั่วไปจะประกอบด้วยข้าราชการเดิมที่มีหน้าที่ในฝ่ายปฏิบัติการทั้งหมด รวมถึงข้าราชการที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับเอกสาร จะถูกจัดแบ่งระดับออกเป็น 4 ระดับ คือ ระดับปฏิบัติงาน (ซี 1-4 เดิม) ระดับชำนาญงาน (ซี 5-6 เดิม) ระดับอาวุโส (ระดับ 7-8 เดิม) และระดับทักษะพิเศษ
       
       แท่งวิชาการ จะประกอบไปด้วยข้าราชการที่มีหน้าที่ในการวางแผน วิเคราะห์ทั้งหมด มี 5 ระดับคือ ระดับปฏิบัติการ (ซี 3-5 เดิม) ระดับชำนาญการ (ซี 6-7 เดิม) ระดับชำนาญพิเศษ (ระดับ 8 เดิม) ว/วช. ระดับชำนาญพิเศษ (ซี 8 เดิม) ว/วช. ระดับเชี่ยวชาญ (ซี 9 เดิม) วช./ชช. และระดับทรงคุณวุฒิ (ซี 10-11 เดิม) วช/ชช
       
       แท่งอำนวยการจะมี 2 ระดับ คือ ระดับต้น (ซี 8 เดิม) บก. ผอ.กอง/เทียบเท่า และระดับสูง (ซี 9 เดิม) บส. ผอ.สำนัก/เทียบเท่า
       
       แท่งบริหาร มี 2 ระดับเช่นกันคือ ระดับต้น (ซี 9 เดิม) บส.รองหน..สรก. และระดับสูง (ซี 10-11 เดิม) บส. หน.สรก.
       
       โดยในแท่งทั่วไป ระดับปฏิบัติการจะมีเงินเดือนขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 4,630 บาท ขั้นสูง 18,190 บาท ระดับชำนาญงาน เงินเดือนระดับต่ำที่ 10,190 บาท ระดับสูงที่ 33,540 บาท ระดับอาวุโส เงินเดือนขั้นต่ำ 15,410 บาท ระดับสูง 47,450 บาท และระดับทักษะพิเศษ ขั้นต่ำ 48,220 บาท ขั้นสูง 59,770 บาท
       
       ในแท่งวิชาการระดับปฏิบัติการ ขั้นต่ำ 7,940 บาท ขั้นสูง 22,220 บาท ระดับชำนาญการ ขั้นต่ำ 21,080 บาท ขั้นสูง 36,020 บาท ระดับชำนาญพิเศษ ขั้นต่ำ 21,080 บาท ขั้นสูง 50,550 บาท ระดับเชี่ยวชาญ ขั้นต่ำ 29,900 บาท ขั้นสูง 59,770 บาท ระดับทรงคุณวุฒิขั้นต่ำ 41,720 บาท ขั้นสูง 66,480 บาท
       
       ในแท่งอำนวยการ ระดับต้น ขั้นต่ำ 25,390 บาท ขั้นสูง 50,550 บาท ระดับสูง ขั้นต่ำ 31,280 บาท ขั้นสูง 59,770 บาท
       
       ในแท่งบริหาร ระดับต้น ขั้นต่ำ 48,700 บาท ขั้นสูง 64,340 บาท ระดับสูง ขั้นต่ำ 53,690 บาท ขั้นสูง 66,480 บาท
       
       1 ปี พร้อมเดินหน้าระบบใหม่
       
       ขณะที่ทั้ง 19 กระทรวง 159 กรม ต่างรู้ตัวเองแล้วว่าจะต้องมีการขยับและเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง แต่ก็ยังไม่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในการจัดคนลงแท่งต่างๆ และ ก.พ.คือหน่วยงานหลักที่จะต้องวางกฎเกณฑ์การจำแนกข้าราชการลงแท่งต่างๆ ให้ชัดเจนดังนั้นปัญหาความขัดแย้ง การต่อต้านจะเกิดขึ้นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.กำหนดขึ้นมา
       
       ปรีชา วัชราภัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการ กล่าวว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ได้ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแล้วและอยู่ในขั้นตอนการทำเอกสารให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนทูลเกล้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงปรมาภิไทย หลังจากนั้นเมื่อมีการประกาศใช้ ก็พร้อมที่จะเดินหน้าในการจัดระบบข้าราชการใหม่ทันที และในขั้นตอนการจัดระบบใหม่ ทั้งจัดจำแนกข้าราชการลงใน 4 แท่ง พร้อมทำกฎหมายลูก 71 ฉบับรองรับ จะต้องให้เสร็จภายใน 1 ปี และเดินหน้าระบบใหม่ได้ภายในปี 2552 ทันที
       
       “สิ่งที่ดูเหมือนง่ายแต่ยาก คือ ต้องจัดคนลงให้ครบทั้ง 4 แท่ง ที่จริงทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าภาระหน้าที่งานที่ทำอยู่ของตัวเองจะต้องไปอยู่ในแท่งไหน แต่บางคนพอรู้สึกว่าถูกจัดไปอยู่ในแท่งทั่วไป ก็จะรู้สึกว่ามีศักดิ์ศรีน้อยกว่าแท่งวิชาการ ซึ่งไม่ใช่ เงินเดือนก็ไม่ต่างกันมาก ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน ตอนนี้คนคิดไปเองมีเยอะ”
       
       หวั่นคนไม่จบ ป.ตรีวุ่น
       
       โดยปัญหาที่ ก.พ.กำลังมองอยู่และคาดว่าน่าจะเกิดความวุ่นวายมากที่สุด คือการจัดคนที่มีหน้าที่ก้ำกึ่งอยู่ระหว่างแท่งทั่วไป กับแท่งวิชาการนี้เอง โดยเฉพาะข้าราชการที่ในอดีตมีการผ่อนผันว่าไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ซึ่งจากการสำรวจของ ก.พ.ในปี 2549 ข้าราชการในกลุ่มที่ไม่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีมีสูงถึง 28.51% หรือ 104,071 คน ในข้าราชการพลเรือนสามัญทั้งหมด 365,083 คน
       
       ปัญหาที่มองว่าน่าจะเกิดก็มี เช่น ข้าราชการสายบริหารงานทั่วไประดับ 7 แต่ไม่จบการศึกษาขั้นปริญญาตรี หากจัดให้เข้าแท่งวิชาการไป ก็จะอยู่ในระดับชำนาญการ ซึ่งจะสามารถมีความก้าวหน้าถึงขั้นความชำนาญการพิเศษ แต่ทุกคนต้องมีผลงานมาวัดถึงจะก้าวไปถึงขั้นนั้นได้ แต่ถ้าเข้าไปอยู่ในแท่งทั่วไป ก็จะเป็นระดับอาวุโสทันที มีเงินเดือนชนระดับ 8 ซึ่งก็ไม่ต้องทำผลงานอะไรเพราะมีเงินเดือนถึงเพดานของแท่งแล้ว
       
       อย่างไรก็ดี คนกลุ่มนี้หากไม่เข้าใจก็อาจต่อต้านเมื่อจัดให้เขาไปอยู่ในแท่งทั่วไป ก็จะเกิดความรู้สึกว่าศักดิ์ศรีสู้แท่งวิชาการหรือวิชาชีพไม่ได้ ดังนั้น เมื่อ ก.พ.วางกรอบให้ก็เป็นปัญหาที่หน่วยงานจะไปจัดสรรคนใส่แต่ละแท่งซึ่งถือเป็นภารกิจการกระจายอำนาจโดยตรง และแต่ละช่วงของแท่งต่างๆ ก็จะมีอัตราเงินเดือนที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน
       
       อีกทั้งปัญหาของระดับซี 9 ที่มีอยู่ด้วยกันหลายสายงาน ก็จะถูกจัดลงอย่างเหมาะสมในแท่งวิชาการ อำนวยการและบริหาร ส่งผลให้เงินเดือนก็จะได้ตามความสามารถและภารกิจที่รับผิดชอบจริงๆ ไม่ใช่ว่าซี 9 เหมือนกันแต่ภารกิจงานที่ต่างกันกลับได้เงินเดือนในอัตราที่เท่ากันเหมือนปัจจุบันนี้
       
       ดังนั้น การจัดข้าราชการลงแท่งต่างๆ นั้นกำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ท้าทายหน่วยงานรัฐและ ก.พ.ต้องเร่งจัดการก่อนเป็นอุปสรรคให้ระบบราชการใหม่ก้าวไม่ถึงฝั่งเกษียณก่อนกำหนดทางออกที่ดี
       
       อย่างไรก็ดี มติ ครม.ที่อนุมัติโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดให้ข้าราชการ ในปีงบประมาณ 2550 โดยข้าราชการที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป หรือข้าราชการที่มีเวลาราชการเกิน 25 ปีขึ้นไป (นับถึงวันก่อนออกราชการตามมาตรการฯ 30 ก.ย.50) สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้
       
       โดยส่วนราชการต่างๆ จะต้องพิจารณาทบทวนบทบาท ภารกิจ วิเคราะห์และสำรวจอัตรากำลังของส่วนราชการตามหลักการบริหารบุคคล 5 กรณี คือ ครม.มีมติให้ส่วนราชการปรับเปลี่ยนสถานภาพโดยออกจากระบบราชการ,ส่วนราชการจะยุบเลิกบางภารกิจ, ส่วนราชการมีอัตรากำลังเกิน, ส่วนราชการที่มีอัตรากำลังเหมาะสมแต่จำนวนข้าราชการสูงอายุ (50 ปีขึ้นไป)มากกว่า 20% และส่วนราชการที่มีอัตรากำลังไม่เพียงพอและมีข้าราชการสูงอายุ (50 ปี ขึ้นไป)มากกว่า 20%
       
       ข้าราชการที่ตัดสินใจเข้าโครงการนี้จะมีสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับคือเงินก้อน 8-15 เท่าของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่งตามเวลาราชการที่เหลือ (ปี) โดยมีสูตรคำนวณ คือ เงินก้อน = 8+ อายุราชการที่เหลือ (ปี) x เงินเดือนเดือนสุดท้ายรวมเงินประจำตำแหน่ง * (ถ้ามี) แต่สูงสุดไม่เกิน 15 เท่าของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง (ถ้ามี) และยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติมอีก คือยกเว้นภาษีเงินก้อน, ยกเว้นภาษีในส่วนกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ,ยกเว้นไม่ต้องชดใช้ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปกติกับเงินกู้ตามพ.ร.ก.สวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ.2535 โครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ รวมทั้งโครงการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ธอส.-กบข.ด้วย และมีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนเหมือนข้าราชการผู้ออกจากราชการด้วยเหตุเกษียณอายุ
       
       “อันนี้แต่ละหน่วยงานต้องวางแผนกันเอง ภายใน 5 ปี สำหรับก.พ. ก็เข้าข่ายส่วนราชการที่มีคนอายุเกิน 50 ปี เกิน 20% จึงตั้งใจว่าในปี 52 จะให้คนเกษียณอายุ 22 คนต่อปี พอครบ 5 ปี ก็จะมีคนเกษียณอายุก่อนกำหนดไป 100 คน ก.พ.ก็จะบรรจุเด็กรุ่นใหม่อายุน้อยเข้ามาก็ได้ปีละ 20 กว่าคน อายุเฉลี่ยของข้าราชการในองค์กรก็จะมีน้อยลง”
       
       ฉะนั้น ทางเลือกสำหรับข้าราชการในกลุ่มที่ไม่พอใจในการจัดจำแนกลงแท่งใหม่ครั้งนี้ การเกษียณก่อนกำหนดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทางเลือกหนึ่งในเวลานี้
       
       นอกจากนี้หลังจาก 1 ปี แรกที่ ก.พ.จัดสรรคนตามแท่งต่างๆ สำเร็จแล้วก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะหลังจาก 1 ปี อำนาจทั้งหมดจะอยู่ที่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯในการจัดสรรบุคลากรให้ลงตัวที่สุดอีกครั้งหนึ่งได้ด้วย
       
       ป่วนเลิกสวัสดิการ ขรก.ใช้ประกันสังคมแทน
       
       อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงปัญหาความไม่พอใจในตำแหน่งใหม่ เงินเดือนใหม่นี้ ก.พ.มีความกังวลและได้ให้ทางศศินทร์ได้ศึกษาประเมินความเสี่ยงจากการนำระบบข้าราชการใหม่เข้ามาใช้ครั้งนี้ด้วย เพราะเมื่อเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น ก.พ.จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที และให้มีคนที่ต่อต้านน้อยที่สุด
       
       ผลการศึกษาของสถาบันศศินทร์ พบว่า ความเสี่ยงระดับแรกสุดที่น่ากลัวที่สุดคือความเสี่ยงด้านการสื่อสาร คือ ข้าราชการสื่อสารข้อมูลที่คลาดเคลื่อนให้กับผู้อื่น โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ และ ข้าราชการสื่อสารความคิดเห็นในทางที่เป็นอคติต่อตัวระบบใหม่ให้กับผู้อื่น
       
       กรณีนี้เกิดขึ้นแล้วในขณะนี้ คือเริ่มมีข่าวลือที่หนาหูเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ด้านสวัสดิการของข้าราชการที่จะต้องเสียไป คือมีการพูดกันว่าข้าราชการทั้งหมดจะต้องใช้ระบบประกันสังคมเหมือนพนักงานบริษัทเอกชน และสวัสดิการการรักษาพยาบาลที่มีให้ตั้งแต่ลูกจนถึงพ่อแม่นั้นจะถูกยกเลิกไป และให้ไปใช้สวัสดิการในโครงการ 30 บาทห่างไกลโรคแทน
       
       “ผมเพิ่งจะได้ยินข่าวนี้นะ ที่ตลกคือยังไม่มีใครพูดถึงประเด็นนี้ แล้วใครเป็นคนพูดขึ้นมา คำถามคือคนพูด พูดเหมือนรู้จริง แต่จริงๆ แล้วไม่รู้ แล้วไปบอกต่อ ตรงนี้ต่อไปอาจทำให้เกิดกระบวนการต่อต้านขึ้นมา ซึ่งไม่เป็นความจริง และประเด็นนี้ทางกระทรวงการคลังก็ต้องเป็นคนดูแล แต่กระทรวงการคลังก็ยังไม่เคยพูดเรื่องนี้ เอามาจากไหน พูดกันไปเพราะเข้าใจกันไปเองทั้งนั้น ไม่มีจริง”
       
       ตรงนี้จึงขอวอนผู้ที่ยังไม่แน่ใจ ไม่รู้ก็อย่าปล่อยข่าว หรือผู้ที่ได้ยินได้ฟังมาก็ขอให้สอบถามที่ศูนย์บริหารของทุกกระทรวงที่กำลังมีการแต่งตั้งขึ้นมา 19 ศูนย์ ส่วนก.พ.ก็จะเป็นตัวประสานงานกลางและเร่งทำความเข้าใจให้ข้าราชการไปพร้อมๆ กันด้วย
       
       อย่างไรก็ดี แม้จะมีความเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคมากมายที่ ก.พ.จะต้องผ่าด่านไปให้ได้ แต่ ก.พ.ก็มีความมั่นใจในการขับเคลื่อนการปรับระบบข้าราชการยุคใหม่นี้ เพราะผลที่ได้รับจากเอแบคโพลล์ที่ลงสำรวจความเห็นของกลุ่มข้าราชการทั่วประเทศและมากกว่า 70% แสดงความเห็นด้วย
       
       จากการสำรวจความคิดเห็นของข้าราชการพลเรือนทั่วประเทศในงานวิจัยเรื่อง “ความคิดเห็นของข้าราชการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ : กรณีศึกษาข้าราชการพลเรือนทั่วประเทศ” โดยใช้วิธีตอบแบบสอบถามทางไปรษณีย์กับกลุ่มตัวอย่าง 721 ตัวอย่าง ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16-29 สิงหาคม 2550
       
       พบว่าข้าราชการกว่าร้อยละ 70 เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ในภาพรวม และเมื่อพิจารณาในรายประเด็นก็พบว่า ข้าราชการกว่าร้อยละ 80 เห็นด้วยกับประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ.ใหม่ เช่น การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง บทบาท และใช้หลักการบริหารบุคคลทางราชการให้เหมาะสมและทันสมัยมากขึ้น การกระจายอำนาจและมอบหมายการตัดสินใจให้กับอธิบดี ปลัดกระทรวง การยกเลิกระบบซี แล้วเปลี่ยนเป็นกลุ่ม การปรับปรุงมาตรฐานค่าตอบแทน ฯลฯ ซึ่งในประเด็นนี้ข้าราชการกว่า 80% คาดว่าจะได้รับประโยชน์มาก
       
       ส่วนจุดที่ข้าราชการอยากให้เน้นมากที่สุดยังเป็นเรื่องผลประโยชน์เป็นสำคัญ เริ่มต้นจากเรื่องค่าตอบแทนที่ต้องการให้มีการกระจายอย่างทั่วถึงและยุติธรรม (23.5%), การยกเลิกระบบซีและจัดระบบซีเป็นแท่งใหม่ควรยึดวุฒิการศึกษาเป็นหลักในการจัดแบ่งกลุ่มและกำหนดวิธีการปรับเปลี่ยนกลุ่มให้ชัดเจนเป็นขั้นเป็นตอน (23.5%), การพิจารณาลงโทษใช้เส้นสายและสร้างตำแหน่ง (18.9%) และการปรับเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งโดยให้ดูความสามารถเป็นเกณฑ์ (15.1%) และการกระจายอำนาจให้ผู้มีอำนาจใช้อำนาจอย่างยุติธรรมโปร่งใส (10.9%)
       
       แม้ผลการสำรวจของเอแบคโพลล์จะออกมาเป็นบวก แต่ ก.พ.ก็ยังต้องเร่งความเข้าใจกับข้าราชการทุกส่วนเพื่อให้การปรับเปลี่ยนครั้งนี้มีการสะดุดน้อยที่สุดและให้เสร็จภายใน 1ปีตามที่กฎหมายกำหนด
       
       ศึกช้างชนช้าง-ปลัดฯ ขจัดการเมืองแทรก
       
       อีกทั้งระบบบริหารตาม พ.ร.บ.ใหม่นี้ จะเห็นข้าราชการพันธุ์ใหม่ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของข้าราชการระดับผู้บริหารอย่างยิ่ง!เพราะคนที่ต้องชนกับฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะการแทรกแซงการบริหารงานของข้าราชการคือผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงต่างๆ
       
        “นักการเมืองจะเอาคนของตัวเองมายัดในตำแหน่งวิชาชีพ หรือแม้กระทั่งแท่งอื่นเพราะต่อไปนี้ต้องเอาผลงานมาดูทั้งคุณวุฒิทั้งคุณสมบัติ แต่สำหรับแท่งทั่วไปอาจมีบ้าง แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสมรรถนะการทำงาน และผลงาน เพราะตรวจสอบได้หมด”
       
        ต่อไปเป็นระบบการบริหารงานบุคคลแบบกระจายอำนาจ ฝ่ายบริหารของกระทรวงต่างๆ จะต้องพิจารณาว่าจะแต่งตั้งใครตำแหน่งไหน อีกทั้งต้องบริหารให้งบประมาณของกระทรวงที่ได้มาจากรัฐบาลมีประสิทธิภาพสูงสุด ใครบริหารไม่ดี ไม่มีผลงานก็จะถูกเปลี่ยน
       
        “เดิมปลัดกระทรวงไม่ต้องการให้ตำแหน่งกับเด็กนักการเมือง ก็ส่งเรื่องมาให้ ก.พ. แล้วกลับไปบอกนักการเมืองว่าก.พ.อนุมัติตำแหน่งให้แล้ว ไม่ได้ก็กลับไปบอกว่า ก.พ.ไม่อนุมัติตำแหน่ง แต่ต่อไปไม่ใช่ ผู้บริหารต้องตัดสินใจเองจะให้ตำแหน่งนั้นหรือไม่ ถ้าให้แล้วไม่เหมาะสม องค์กรก็เจ๊ง ไม่มีประสิทธิภาพ ผู้บริหารก็ต้องกล้าที่จะปฏิเสธ”
       
        กรณีภาคการเมืองขอให้คนไปช่วยราชการ ขอกันมากๆ ก็ไม่มีคนทำงานในกระทรวง ตรงนี้ผู้บริหารก็ต้องปฏิเสธ
       
        “คุณมีสิทธิ์ที่จะบอกว่าไม่มีคนทำงานผมไม่ให้นะ ไม่อย่างนั้นหน่วยงานคุณก็ไม่มีคนทำงาน”
       
        ส่วนคนที่เคยโดนภาคการเมืองกลั่นแกล้ง เช่น ขัดแย้งกับรัฐมนตรี รัฐมนตรีสั่งผอ.กองมากลั่นแกล้ง ระเบียบเดิมข้าราชการคนนั้นต้องร้องไปที่ผู้บังคับบัญชาคือ อธิบดีหรือปลัดกระทรวง อธิบดีหรือปลัดกระทรวงก็เป็นคนของรัฐมนตรีอีก ร้องไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่มีใครให้ความยุติธรรมได้
       
        กฎหมายใหม่จึงมีข้อกำหนดแก้ไขในจุดนี้ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมขึ้นมา โดยมีกรรมการ 7 คน ซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในวงการศาล องค์กรนี้ก็จะไม่มีใครเกี่ยวข้องกับภาคการเมือง เป็นองค์กรกึ่งตุลาการ ซึ่งจะให้ความยุติธรรมกับข้าราชการที่ถูกกลั่นแกล้งได้มาก
       
       ฟันธง! ต้องดีกว่าเดิม
       
       เลขาธิการ ก.พ.กล่าวว่า ระบบใหม่ ดีกว่าเดิมแน่นอน เพราะในเชิงจิตวิทยาองค์กร ที่เขาวิเคราะห์ว่าการเข้ามาในระบบราชการมีทั้งแรงดึงและแรงผลัก
       
       แรงดึงแต่เดิมนั้นคือการที่มีสวัสดิการดี คือการรักษาพยาบาลครอบคลุมไปถึงบุตรและบิดามารดา ขณะที่แรงผลักใหญ่คือเรื่องของความไม่เป็นธรรม การเล่นเส้นเล่นสาย
       
       ดังนั้น ก.พ.จึงพยายามสร้างแรงดึงมากขึ้น คือ เป็นการปรับระบบค่าตอบแทน ไม่ให้รู้สึกว่าต่ำต้อย และลดแรงที่จะผลักคนออกจากระบบ ยิ่งกรณีคนรุ่นใหม่ๆ นั้น เชื่อได้ว่ามีน้อยคนมากที่อยากเข้ามาทำงานระบบราชการ ใครเข้ามาทำก็อยู่ไม่เกิน 5 ปี ก็อยากย้ายงานไปภาคเอกชนกันหมด คนเหล่านี้อยากกลับเข้ารับราชการก็ต้องมารับเงินเดือนเท่าเดิม แต่ต่อไปไม่ใช่ ต่อไปต้องกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ว่า คนที่ออกไปแล้ว 5 ปี กลับเข้ามาเงินเดือนต้องเพิ่มขึ้นด้วย
       
       โดยข้อดีของระบบราชการใหม่ที่ชัดเจนอันดับแรก คือ เป็นการดึงคนให้อยากเข้ามาทำงานในระบบราชการมากขึ้น ขณะที่ลดแรงผลักที่มีแต่คนอยากออกจากภาคราชการให้น้อยลง
       
       ต่อมาคนที่จะได้ประโยชน์สูงสุดจากการปรับระบบนี้ คือ คนที่ทำงานสายวิชาชีพอยู่แล้ว เช่น หมอ เภสัช พยาบาล วิศวกรรม นิติกร ฯลฯ จะมีการเทียบเคียงเงินเดือนในท้องตลาด โดยมีหน่วยงานกลาง และกรมบัญชีกลางเป็นผู้ควบคุม ซึ่งจะมีรายละเอียดอีกมาก
       
       ในส่วนของระบบเพิ่มเงินเดือน ต่อไปก็อาจมีการพิจารณาโดยใช้เปอร์เซ็นต์เป็นหลัก คือขึ้นได้ตั้งแต่ 0-10% แต่ต้องมีกฎเกณฑ์รองรับ และต้องมีการประกาศผลงานอย่างโปร่งใส โดยอาจต้องประกาศผลงานคนที่ได้เลื่อนตำแหน่งผ่านทางอินทราเน็ต หรืออินเทอร์เน็ต เป็นเรื่องที่ต้องกำหนดอีกครั้งหนึ่ง
       
       ตั้งศูนย์ฯ 19 กระทรวง
       
        นอกจากนี้ เพื่อให้การจำแนกข้าราชการลงแท่งต่างๆ ไปอย่างราบรื่น ก็จะมีการให้ทุกกระทรวงมีการจัดตั้งศูนย์บริหารความเปลี่ยนแปลงซึ่งจะมี ก.พ.เป็นผู้ประสานงานให้ราบรื่น โดยใน 1 ปี นอกจากจะจัดคนลงแท่งต่างๆ ให้เสร็จแล้ว ก็ต้องมีการวางมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้เสร็จ มีการสร้างความเข้าใจในองค์กร และสร้างเครื่องมือการบริหารบุคคลในองค์กรต่างๆ สำเร็จ
       
        สำหรับเรื่องระยะเวลาที่ต้องทำให้สำเร็จใน 1 ปีนั้น เป็นเรื่องที่ตอนนี้กำลังเป็นที่กังวลมากสุด เพราะมีกฎหมายลูกอีกมากถึง 71 ฉบับที่ต้องทำให้เสร็จพร้อมๆกันด้วย โดยเฉพาะในเรื่องหลักเกณฑ์การจัดประเภทและระดับตำแหน่ง, มาตรฐานการกำหนดตำแหน่ง, การได้รับเงินเดือน, การจัดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนเข้าประเภทสายงาน ระดับตำแหน่งใหม่ ฯลฯ ซึ่ง ก.พ.จะต้องจัดทำกฎหมาย จัดทำมาตรฐานให้ดีที่สุด เพื่อขจัดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดบริหารบุคคลในระดับกระทรวงต่อไป
       
       **************
       
       หวั่น “หมอ” ป่วนค้านกติกาใหม่!
       สธ.ตั้งทีมรับมือสารพัดปัญหา
       
       หวั่นประชาคมสาธารณสุข! ก่อหวอด ต้านกติกาใหม่ ตั้งคณะทำงานเฉพาะด้านรับมือสารพัดปัญหา ทั้งจำนวนบุคลากรมากที่สุด-สายงานทับซ้อน ชี้โครงสร้างใหม่หนุนคนเก่ง-มีผลงานเด่น สกัด “เด็กฝาก” ไร้คุณภาพพ้นกระทรวง
       
        การผลักดันให้ข้าราชการกว่า 4 แสนคนไปสู่ระบบ ระเบียบ แนวใหม่ภายใต้พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ ที่ใกล้มีผลบังคับใช้ในอีกไม่ช้านี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายดาย โดยเฉพาะในกระทรวงที่มีขนาดใหญ่ทั้งในด้านกำลังคนและสายงานที่มากที่สุดอย่างกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีจำนวนข้าราชการหลากหลายทั้งที่เป็นแพทย์ พยาบาล และบุคลากรด้านอื่น ๆ มากถึงร้อยละ 40 ของจำนวนข้าราชการทั้งสิ้นกว่า 4 แสนคน ซึ่งต้องได้รับการบริหารจัดการปรับบุคลากรทั้งหมดให้เข้าสู่ระบบการจำแนกตำแหน่งใหม่ ตามแท่งต่างๆทั้ง 4 แท่ง เพื่อให้เกิดความทันสมัยและสอดคล้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคลให้มากขึ้น
       
       ชี้ ขรก.มากที่สุด-ภารกิจไม่ชัดเจน
       
        นพ.สุพรรณ ศรีธรรมา ที่ปรึกษาระดับกระทรวงด้านพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ ว่าสธ.มีข้าราชการจำนวน1.5แสนคน ซึ่ง เมื่อ ก.พ.ยกเลิกระบบ "ซี" ไปแล้ว และให้มีการปรับตำแหน่งต่างๆลงแท่งทั้ง 4 แท่งภายในระยะเวลา 1 ปีนั้น กระทรวงได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับงานไว้เช่นเดียวกับกระทรวงอื่นๆ อีก 18 กระทรวงและกรมต่างๆ อีกกว่า 100 กรม
       
        ในการเปลี่ยนแปลงระบบจากแบบเก่าไปสู่แนวทางใหม่นั้น เชื่อว่าโดยหลักการแล้วจะส่งผลให้ข้าราชการทั้งระบบได้รับประโยชน์ ทั้งในแง่ค่าตอบแทน ความรู้ความสามารถ ตลอดจนประสิทธิภาพของงาน ซึ่งในส่วนของ สธ.พร้อมปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมายใหม่ โดยเวลานี้กระทรวงได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะด้านขึ้น และประสานกับ ศูนย์บริหารการปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคล ที่ ก.พ.ได้ตั้งขึ้น เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นในระหว่าง 1 ปีในการเปลี่ยนถ่ายระบบ
       
        อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในการจัดสรรบุคคลลงในตำแหน่งต่างๆ ตามการจำแนกตำแหน่งงานทั้ง 4 แท่งนั้น อาจเกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากข้าราชการของสธ.มีจำนวนมาก รวมทั้งมีสายงานที่มากกว่า 100 สายงาน ขณะเดียวกันพบว่าบางสายงานมีความก่ำกึ่งไม่ชัดเจนว่าใครควรจะอยู่ในสายใด แต่ทุกอย่างได้ถูกกำหนดให้ต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี
       
        “ที่ผ่านมาสายงานภายในกระทรวงมีค่อนข้างมาก บางสายก็ไม่ชัดเจนว่าจะจัดให้ลงไปอยู่ในแท่งวิชาชีพหรือแท่งบริหาร ซึ่งในเรื่องนี้คณะกรรมการชุดเฉพาะด้านที่กระทรวงตั้งขึ้นมาจะเป็นผู้พิจารณาตัดสินโดยยึดตามประกาศและหลักการของก.พ.อย่างเคร่งครัด เพราะไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเรื่องความไม่ชัดเจน ส่วนคณะกรรมการของกระทรวงเองก็จะมีความผิด”
       
       โครงสร้างใหม่-ไม่กลัว “เด็กเส้น”
       
        ขณะเดียวกัน ในระหว่างการจำแนกบุคลากรลงตามแท่งทั้ง 4 แท่ง และเกิดมีข้าราชการคนใดคนหนึ่งรู้สึกว่าเกิดความไม่พอใจหรือเห็นว่าไม่เป็นธรรม ก็สามารถร้องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. ได้ ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวมาจากการสรรหาคณะบุคคลที่ไม่ได้ขึ้นกับฝ่ายบริหาร โดยในร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ได้กำหนดองค์ประกอบของผู้สรรหา ได้แก่ ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานในการสรรหา รองประธานศาลฎีกา กรรมการ ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิ และเลขาธิการ ก.พ. ร่วมกันสรรหาคณะกรรมการ ก.พ.ค. เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ดูแลเรื่องการให้ความเป็นธรรม มีลักษณะการทำหน้าที่เป็นองค์กรกึ่งตุลาการ
       
        นอกจากนี้ การจำแนกตำแหน่งออกเป็นแท่ง นั้นยังไม่เพียงแต่จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานและตัวข้าราชการเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการสกัดระบบ "เส้นสาย" ที่มาจากฝ่ายการเมืองได้เป็นอย่างดี เนื่องจากโครงสร้างตำแหน่งใหม่ที่กำหนดตำแหน่งออกเป็นแท่งทั้ง 4 ด้านนั้นจะกำหนดคุณสมบัติและขอบข่ายหน้าที่การทำงานแต่ละแท่งไว้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งจะมีการประเมินผลการทำงานปีละ 2 ครั้งโดยประเมินผลงานทุก 6 เดือน ดังนั้นหากข้าราชการคนใดไม่มีผลงาน ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ จะไม่ผ่านการประเมินในที่สุด
       
        “ระบบแท่งแบบนี้เราจะไม่กลัวเลยว่าใครจะฝากคนของตัวเองเข้ามาทำงาน เพราะถ้าฝากคนไม่เก่ง ไม่ดี ในที่สุดก็จะไม่มีผลงานเมื่อมีการประเมินผล ทุก 6 เดือน
       
       ในทางกลับกัน หากนักการเมืองหรือใครก็ตาม ฝากคนเก่ง สามารถสร้างผลงานให้องค์กรได้จริงก็คงไม่มีปัญหาแน่นอน เราก็จะได้คนเก่งมาพัฒนางานแต่ละกระทรวงได้มากขึ้น แต่อันดับแรกก่อนที่ส่งใครมาต้องไม่ลืมว่าคนคนนั้น มีคุณสมบัติครบตามที่โครงสร้างตำแหน่งกำหนดไว้หรือไม่”
       
        นพ.สุพรรณ ยอมรับว่าปัญหาการแทรกแซงการทำงานในระบบข้าราชการที่ผ่านมานั้น เนื่องจากไม่มีการประเมินผลงานที่ชัดเจน โปร่งใสและตรวจสอบได้ แต่ด้วยโครงสร้างตำแหน่งใหม่ตามกฎหมายใหม่จะทำให้เกิดการส่งเสริมบุคลากรที่มีคุณภาพ และมีความสามารถได้อย่างแท้จริงและเป็นธรรมมากขึ้น
       
       ตั้งรับ “หมอ” ก่อหวอด-ค้านกติกาใหม่
       
        ทั้งนี้ภายในระยะเวลา 1 ปีระหว่างการเปลี่ยนถ่ายจากระบบเก่าไปสู่ระบบใหม่นั้น ทุกฝ่ายต้องยึดตามหลักการของกฎหมายฉบับใหม่เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ รวมทั้งต้องสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นกับข้าราชการทุกประเภทภายในกระทรวงให้มากที่สุด เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่าในระยะแรกของการปรับเปลี่ยนสิ่งที่จะสามารถสร้างผลกระทบต่อชีวิตการทำงานทั้งหมดของข้าราชการนั้น ย่อมเกิดความไม่เข้าใจและไม่พอใจจากหลายฝ่ายขึ้นอย่างแน่นอน
       
        “สิ่งที่เรากลัวและเชื่อว่าต้องเกิดขึ้นแน่นอน คือเมื่อเราพยายามให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกับข้าราชการทั้งหมดของเราแล้วก็ตาม แต่บางส่วนย่อมเกิดความไม่พอใจขึ้น ในสิ่งที่เราจะไปปรับเปลี่ยนเขา รวมทั้งบางคนอาจไม่พอใจกับกติกาใหม่”
       
       โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนข้าราชการให้ขึ้นไปอยู่ในระดับ “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ต้องระบุบทบาท และหน้าที่ให้ชัดเจน รวมทั้งต้องชี้แจงว่างานด้านใดเป็นงานใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิภายของกระทรวงนั้น ไม่มีการชี้ชัดบทบาทหน้าที่ออกมาชัดเจน ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่จะต้องเดินหน้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ ย่อมเกิดคำถามและแรงกระเพื่อมตามมาอย่างแน่นอน...
       
       
       *************
       
        โวย!ปฏิรูปราชการใหม่
       ฝ่ายบริหารเงินดี-สายปฏิบัติการเงินน้อย
       
       การประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2550 และยกเลิก "ซี" ถือเป็นการปฏิรูประบบราชการพลเรือนครั้งใหญ่ในรอบ 33 ปี มูลเหตุสำคัญ มาจากสถานการณ์การแข่งขันของระบบทุนนิยมที่หลั่งไหลสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แฉระบบใหม่เอื้อฝ่ายบริหารเงินดี ส่วนสายปฏิบัติการเงินน้อย
       
       ปรับมาตรฐาน "เงินเดือน" สู้เอกชน
       
       ปรีชา วัชราภัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการ กล่าวว่า เมื่อ ปี 2518 หรือ 33 ปีที่ผ่านมา ส่วนราชการเป็น "แกน" ของการประเมินราคาตำแหน่งและการจ่ายค่าตอบแทนของประเทศอย่างแท้จริง เพราะในช่วงนั้นได้ส่วนราชการเป็นตัวหลักของตลาดแรงงาน ไม่ใช่บริษัทเอกชนเหมือนเช่นปัจจุบัน
       
       แต่วันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปส่วนราชการไม่ได้เป็นผู้กำหนดมาตรฐานกลางของค่าจ้างในประเทศอีกต่อไป ดังนั้นจึงได้มีการปรับเปลี่ยน "ระบบจำแนกตำแหน่ง" เสียใหม่เพื่อให้เข้าสถานการณ์ในปัจจุบัน
       
       ในความจริงการปรับระบบราชการครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องระบบจำแนกตำแหน่งเดิม โดยจะมีการยกเลิกมาตรฐานกลางเงินเดือน ที่คนจบปริญญาตรีไม่ว่าจะสายอาชีพไหนก็ต้องเข้ามาเริ่มจาก ซี 3 ไต่เต้ากันขึ้นไป เงินเดือนเท่ากันหมดทุกอาชีพ
       
       "เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ระบบนี้ทำได้เพราะอาชีพข้าราชการเป็นอาชีพที่ไม่มีใครมาเปรียบเทียบเรื่องเงินเดือน และอาชีพข้าราชการมีแต่คนอยากเข้าทำงาน เพราะเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก"
       
       ภายหลังระบบตลาดเข้ามามีอิทธิพลในสังคมไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีภาคธุรกิจต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งบรรษัทข้ามชาติ โรงพยาบาลเอกชน สถานศึกษาเอกชน ซึ่งทั้งหมดไม่ได้กำหนดเงินเดือนตามมาตรฐานกลางของระบบราชการไทย แต่ภาคเอกชนได้กำหนดเงินเดือนจากภาวะการณ์แข่งขันในภาคธุรกิจประเภทเดียวกัน
       
       "ตัวอย่างโรงพยาบาลเอกชนจ้างแพทย์อัตราที่สูง โรงพยาบาลอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งก็ต้องสู้ราคาที่สูง อาชีพวิศวกรหรืออาชีพอื่น ๆซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานขณะนั้น ก็ต้องมีการแข่งขันและให้ค่าตอบแทนที่สูงในกลุ่มของตนเองด้วย ส่งผลให้ไม่มีใครอยากเข้ารับราชการ ระบบใหม่จึงต้องจัดอัตราผลตอบแทนให้อยู่ในความเป็นจริงของระบบตลาด"
       
       นั่นคือเหตุผลที่ ก.พ.เห็นว่าการยกเลิกระบบ "ซี" จะช่วยให้ระบบราชการสามารถแข่งขันได้กับภาคเอกชนแก้ปัญหาเด็กเส้น-กระจายอำนาจการบริหารนอกจากนี้ยังมีปัญหาการขยับซี ของซี 9 เพราะระดับซี 9 ตอนนี้มีทั้งรองอธิบดี รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ตลอดไปจนถึงนายอำเภอ กระทั่งระดับหัวหน้าฝ่ายที่อยู่ในระดับ ซี 8 ก็ขยับขึ้นมารอในระดับซี 9 จำนวนมาก ดังนั้นเมื่อทุกคนอยู่ระดับ 9 หมด เงินเดือนเท่ากัน แต่ตำแหน่งงานทำงานไม่เท่ากัน ปัญหาจึงเกิดขึ้นและเกิดขึ้นมานานแล้ว เพราะมาตรฐานกลางเคลื่อน ระบบนี้จึงไปไม่รอด เพียงแต่จะล้มเมื่อไรเท่านั้น
       
       "ถ้าวันนี้ไม่ปรับตัว ระบบข้าราชการไทยคงจะอยู่ยาก ปัญหาใหญ่เรื่อง งานไม่เท่ากัน แต่เงินเดือนเท่ากัน ใกล้ถึงจุดปะทุ เราจึงพยายามแก้ปัญหาโดยการนำระบบนี้มาใช้"
       
       ปรีชา อธิบายอีกว่า เคยมีการเสนอแก้ปัญหาโดยการขยายซีจากสูงสุดซี 11 ให้ขยายไปถึงซี 13-15 แต่ก็ต้องล้มเลิกความคิดนี้ไป เพราะไม่ได้แก้ปัญหาแท้จริง ทาง ก.พ.จึงได้ดำเนินการจ้างที่ปรึกษาและพบว่าทางออกที่ดีที่สุดคือต้องมีการแยกบัญชีหรือแยกหน้าที่การทำงานออกเป็น 4 แท่ง ได้แก่แท่งทั่วไป แท่งวิชาการ แท่งอำนวยการ และแท่งบริหาร
       
       อีกทั้ง ระบบใหม่ยังให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการที่ถูกกลั่นแกล้ง โดยมีการตั้ง "คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม" ซึ่งจะทำให้กระบวนการบริหารงานบุคคลถูกถ่วงดุลด้วยคณะกรรมการนี้ และ พ.ร.บ.ฉบับนี้จะช่วยให้ระบบการตรวจสอบต่างๆมีความคล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะหากเกิดการร้องเรียนก็จะสามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้ง่ายขึ้น หากอธิบดีบริหารงานบุคคลโดยไม่เป็นธรรมเล่นพรรคเล่นพวก ก็สามารถฟ้องร้องได้
       
        อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังมีการมอบอำนาจกระจายอำนาจในการบริหารงานบุคคลลงไปในกระทรวง 2 ระดับ คือ ปลัดกระทรวงและอธิบดี โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จะวางหลักเกณฑ์เป็นมาตรฐานให้ปลัดกระทรวงและอธิบดี สามารถกำหนดระดับตำแหน่ง และสายงานของตำแหน่ง โดยวิธีนี้จะสามารถแก้ปัญหาระดับตำแหน่งและความยากง่ายของงานรวดเร็วขึ้น และเป็นความรับผิดชอบของส่วนราชการ ดังนั้นพ.ร.บ.ฉบับนี้ จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในภาครัฐมากขึ้น
       
       4 ปีต่อแผนงานสู่ระบบใหม่
       
       ขณะเดียวกันการเตรียมการที่จะปรับระบบเดิมไปสู่ระบบใหม่ เพื่อให้ระบบราชการสามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้อย่างดีนั้นได้เริ่มมานานถึง 4 ปี โดยริเริ่มมาตั้งแต่คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ดำรงตำแหน่งเลขาฯ ก.พ. สิ่งที่น่าสนใจมากคือ เป็นแนวคิดที่จะใช้การจ้างบริการภายนอกในระบบราชการมากขึ้น การให้บุคคลที่อยู่ในภาคอื่น เข้ามาสู่ระบบราชการได้
       
       โดยระหว่างดำเนินการมีการประชาสัมพันธ์ส่วนที่ดีของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ห้ข้าราชการได้ทราบอย่างต่อเนื่องแต่ยังมีหลายส่วนที่ราชการเห็นว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังมีปัญหาโดยเฉพาะผลอัตราเงินเดือนของฝ่ายบริหารและฝ่ายปฏิบัติการ ที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
       
       แฉฝ่ายบริหารเงินดี-สายปฏิบัติการเงินน้อย
       
       จากการสำรวจความคิดเห็นของข้าราชการตามเว็บไซต์ต่างๆ พบว่า มีข้าราชการจำนวนมากตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวไปในแนวทางเดียวกันว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้มีปัญหามากเกี่ยวกับเรื่องผลของผลตอบแทนและความก้าวหน้าของงานแต่ละประเภท ซึ่งหากพิจารณากันอย่างจริงจังจะเห็นว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวยังไม่มีความเป็นธรรมเท่าที่ควร เพราะประเภทงานบริหารนั้นมีค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งสูงมาก เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ
       
       เมื่อเปรียบเทียบบกลุ่มงานประเภทวิชาการ จะเห็นว่าแตกต่างกันมาก และประเภททั่วไปนั้นยิ่งแตกต่างกันมากเพราะ ประเภทบริหารระดับต้น เงินเดือนขั้นต่ำ 46,820 บาท เงินประจำตำแหน่งอีก 14,500 บาท และประเภทบริหารระดับสูง เงินเดือนขั้นต่ำเริ่มที่ 61,860 บาท กับเงินประจำตำแหน่งอีก 21,000 บาท ซึ่งผู้บริหารระดับต้นก็คงเทียบได้กับ ซี 6-7-8 ตามระบบเดิม
       
       แต่ถ้าลองเทียบกับกลุ่มงานประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษซึ่งคงเทียบได้กับซี 7 - 8 แต่เงินเดือนขั้นต่ำเริ่มที่ 20,260 บาท และเงินประจำตำแหน่งเพียง 5,600 บาท ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเทียบได้กับซี 10-11 เงินเดือนขั้นต่ำเริ่มที่ 28,980 บาท และเงินประจำตำแหน่งเพียง 15,600 บาท ทั้งๆ ที่ข้าราชการประเภทวิชาการเหล่านี้ล้วนมีการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย และได้ศึกษาในวิชาชีพเฉพาะซึ่งจะต้องนำมาใช้ในการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ไม่อาจจะให้ผู้มีคุณวุฒิอื่นปฏิบัติหน้าที่แทนได้ และมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าฝ่ายบริหารเท่าใดนัก ตรงกันข้ามถ้าหากส่วนราชการใดขาดตำแหน่งอันเป็นวิชาชีพเฉพาะเช่น วิศวกร นิติกร เภสัชกร ฯลฯ แล้ว ก็่จะส่งผลกระทบไปถึงความก้าวหน้าหรือการขับเคลื่อนไปได้ของระบบราชการ การบริการประชาชน การบริหารประเทศได้
       
       ถ้าลองพิจารณาดูข้าราชการกลุ่มงานประเภททั่วไป จะเห็นว่ามีค่าตอบแทนหรือมีความก้าวหน้าที่น้อยกว่ากลุ่มงานประเภทอื่น เพราะจะเห็นได้จากข้าราชการระดับปฏิบัติงานซึ่งก็คือผู้ที่บรรจุใหม่ เทียบได้กับ ซี 1-4 มีเงินเดือนขั้นต่ำเริ่มที่ 5,460 บาท และถ้าพิจารณาระดับอาวุโส ซึ่งคงเทียบได้กับ ซี 8-9-10 เงินเดือนขั้นต่ำเริ่มที่ 12,730 บาท และไม่มีเงินประจำตำแหน่งเป็นต้น
       
       ดังนั้น หากหน่วยงานใดจัดสรรข้าราชการลงในแท่งต่างๆ ไม่เหมาะสมจะเกิดปัญหาการต่อต้านและทำให้แผนการจัดระบบราชการใหม่ไม่บรรลุเป้าหมายตามที่ ก.พ.วางไว้
       
       
       *************
       
        "19 กระทรวง" ถกกลางที่ประชุม ก.พ.
       หวั่น พ.ร.บ.ใหม่กระทบ "สิทธิประโยชน์"
       
        ข้าราชการทุกกระทรวงหวั่นใจ "สิทธิประโยชน์" ถูกกระทบ หยิบยกถกกลางที่ประชุม ด้าน ก.พ.ให้ความมั่นใจ ไฟเขียวเร่งผลิตผลงาน ขอเลื่อนขั้นได้ก่อนจัดลงโครงสร้างใหม่
       
        การพลิกโฉมหน้าระบบข้าราชการจากเดิมไปสู่แนวทางใหม่ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่นั้น ต้องยอมรับว่าหน่วยงานที่มีบทบาทในการทำหน้าที่เป็นเสมือน "พี่เลี้ยง" ให้กับ 19 กระทรวงมากที่สุด คือ ศูนย์บริหารการปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคล ที่สำนักงาน ก.พ.จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานขึ้นที่ ก.พ.และได้ให้การสนับสนุนให้ทุกกระทรวงจัดตั้งศูนย์บริหารการปรับเปลี่ยนฯ ขึ้นภายในกระทรวงทั้ง 19 กระทรวง
       
       โดยศูนย์บริหารการปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคลของ ก.พ.ดังกล่าวนี้จะมีหน้าที่วางแผน กำหนดกิจกรรม ขั้นตอน ดำเนินการปรับเปลี่ยนระบบจำแนกตำแหน่งค่าตอบแทน รวมทั้งทำการประเมินผลและรายงานความคืบหน้า ทบทวน ออกแบบ และปรับปรุงระบบจำแนกตำแหน่งเดิม ค่าตอบแทนใหม่ เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่กำหนด ซึ่งในการเปลี่ยนถ่ายจากระบบเดิมไปสู่ระบบใหม่นั้นจะต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 1 ปี
       
        ขณะที่ศูนย์บริหารการปรับเปลี่ยนฯ ประจำแต่ละกระทรวงทั้ง 19 กระทรวงนั้นจะทำหน้าที่ดำเนินการปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคล ในเรื่องการทำมาตรฐานการกำหนดตำแหน่ง ตามโครงสร้างตำแหน่งใหม่ที่ถูกแบ่งออกเป็น 4 แท่ง รวมทั้งศูนย์ฯ ในแต่ละกระทรวงยังมีหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจแก่ข้าราชการในหน่วยงานเกี่ยวกับรายละเอียดของ พ.ร.บ..ฉบับใหม่ และต้องรับฟังปัญหา ประสานกับศูนย์บริหารการปรับเปลี่ยนจากส่วนกลาง คือที่สำนักงาน ก.พ. เพื่อให้การประเมินผลการทำงาน ในการปรับเปลี่ยนระบบเดินหน้าไปให้ทันระยะเวลาภายใน 1 ปี
       
        ในการจัดตั้งศูนย์บริหารการปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคลนั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมจากตัวแทนกระทรวงขนาดใหญ่ ทั้ง 4 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานกลาง และกรมขนาดใหญ่ เช่น กรมสรรพากร กรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อระดมสมองหาทางรูปแบบการตั้งศูนย์เพื่อรองรับการบริหารแนวทางใหม่ ซึ่งได้ข้อสรุปที่การจัดตั้งศูนย์ฯดังกล่าว
       
        ล่าสุดเมื่อ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ได้ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติ เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมานี้ ทาง ก.พ.ได้จัดให้มีการประชุมในระดับปฏิบัติการโดยเชิญตัวแทนจากกระทรวงทั้ง 19 กระทรวง เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2550 ที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบแนวทางการทำงานหลังจากที่กฎหมายผ่านสภาฯไปแล้วจะเดินหน้าอย่างไร จากนั้นตัวแทนที่เข้าประชุมทั้งหมดจะกลับไปแจ้งต่อปลัดกระทรวงถึงความร่วมมือระหว่าง ก.พ.กับกระทรวงในการเปลี่ยนแปลงระบบทั้งในเรื่องของการกำหนดมาตรฐาน การกำหนดตำแหน่งต่างๆ การสื่อสาร ทำความเข้าใจระหว่างองค์กร การผลิตเครื่องมือใหม่ๆ เช่นการฝึกอบรมบุคลากรเพื่อเร่งขับเคลื่อนกระบวนการการเปลี่ยนแปลงระบบราชการ
       
       โดยการประชุมเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่จากทั้ง 19 กระทรวงซักถาม ข้อสงสัยต่างๆ ทั้งในเรื่องกฎระเบียบ การทำงาน จากนั้นเมื่อทุกฝ่ายเกิดความเข้าใจและรับทราบแนวทางการดำเนินงานแล้วจะนำไปสู่การทำ ข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ระหว่าง ก.พ.กับกระทรวงต่างๆ เพื่อจัดตั้งศูนย์บริหารฯของแต่ละกระทรวงต่อไป
       
        อย่างไรก็ตาม ในการประชุมเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น นอกเหนือไปจากการเปิดเวทีให้ฝ่าย ก.พ.ได้ให้ข้อมูล ชี้แจงทำความเข้าใจถึงกฎระเบียบต่างๆแล้ว ยังพบว่ามีประเด็นที่ตัวแทนจากกระทรวงต่างๆ หยิบยกขึ้นมาสอบถามมากที่สุด ได้แก่ เรื่อง "สิทธิประโยชน์" ที่ข้าราชการเคยได้รับจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่หลังมีการปรับไปสู่โครงสร้างใหม่ ซึ่ง ก.พ.ได้ชี้แจงและให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบใดๆ เกิดขึ้น
       
       นอกจากนี้ ข้าราชการบางกระทรวงยังแสดงความกังวลว่าในรายที่ถูกสั่งให้ทำเอกสารประจำกระทรวงเพื่อปรับระดับนั้น จะสามารถเดินหน้าได้ต่อไปหรือจะให้หยุดชะงักไว้ก่อน ทางด้าน ก.พ.ได้ระบุว่าให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายทำงานดังกล่าวไปได้ และจะให้มีการเลื่อนระดับก่อนที่จะมีการจัดบุคลากรเข้าสู่แท่งต่างๆ ทั้ง 4 แท่งต่อไป

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เอกชนหวั่นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ร้อง‘ยี้’! จี้กู้ซากใน6เดือนก่อนเศรษฐกิจดิ่งเหว
เปิดโผ....10 อาชีพฮอตฮิต เรียนแล้วไม่ตกงาน !
พรรคการเมือง ปรับยุทธศาสตร์ IMC โค้งสุดท้าย
"ผู้จัดการรายสัปดาห์" แชมป์ผู้อ่านต่อเนื่อง
ลูกเล่นการตลาด 4 พรรคการเมืองใหญ่
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนอ่าน 34052 คน จำนวนคนโหวต 116 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
หน้าแสดงความเห็นที่ 4 จากทั้งหมด 4 หน้า
หน้าที่แล้ว
4 | 3 | 2 | 1
ความคิดเห็นที่ 226 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข้าราชการที่มีซีสูงๆบางคนยังทำงานน้อยกว่าพวกที่ทำงานระดับล่างก็มี บางคนซีสูงๆเนื่องจากทำงานมานาน ให้คนอื่นระดับล่างทำงานแทน เมื่อปรับอัตราเงินเดือนใหม่มีหวังข้าราชการที่จบใหม่และระดับปฏิบัติการลาออกกันเป็นแถว ไปทำงาเอกชนดีกว่า เหนื่อยน้อยกว่า การทำซีหรืออวชปัจจุบันใช่ว่าทำด้วยตนเองทุกคน บางคนก็ไม่มความสามารถทำเองด้วยซ้ำที่ได้มา ก็เพราะจ้างคนอื่นทำงานวิชาการได้ซีสูงๆก็มี ไม่ได้ว่าทุกคนนะมันมีจริงๆ ความเป็นจริงแล้วน่าจะมีวิธีที่ปรับซีหรือเลื่อนขั้นเฉพาะผู้ที่มีความสามารถจริงๆ คนระดับปฏิบัติการถึงจะยอมรับได้ คนไร้ความสามารถ หรือความสามารถไม่เพียงพอได้ตำแหน่งโดยไม่ใช่จากความสามารถของตนเอง ก็มีมาก มันยุติธรรมแล้วหรือที่จขะให้เงินเดือนเป็นค่าตอบแทนคนพวกนี้
กรกนก
ความคิดเห็นที่ 225 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวงการเกษตรครับข้าราชการไม่ได้มีส่วนช่วยอะไรเลยมีแต่สร้างเงื่อนไขให้กับเกษตรกรอย่างการขนย้ายชากสัตว์ปีกไม่มีใบขนย้ายจับได้ให้เงินก็ปล่อยอะไรกันประเทศไทยใครเงินถึงก็ได้เปรียบคนจนๆกับไม่ได้เลี้ยงไก่เสร็จพ่อค้ามีเงินเพราะข้ออ้างไข้หวัดนกผมว่าจับให้จริงและขั้นตอนราชการทำให้มันน้อยลงหน่อยครับที่เขายัดเงินเพราะเขาซื้อความยุ่งยากกันครับ
a.s.vip007@hotmail.com
ความคิดเห็นที่ 224 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กพ.ให้นึกถึงลูกจ้างประจำบ้าง ตอนนี้ดูมันจะด้อยกว่า ขรก.มาก ปรับให้เป็นรับบำนาญได้ไหม กสจ.ก็รวมไปเป็น กบข.ได้ไหม ทั้งที่การปฏิบัติงานจะมากกว่า ขรก.ด้วยซำ ดูที่ งานเกี่ยวกับผลิตวัตถุระเบิด พนักงานราชการ ก็ใช้ประกันสังคม มันทำให้คนเก่งคนดีมีโอกาสก็ไปที่อื่นหมดที่เหลือ ส่วน ขรก.ที่เห็นลาออกก็มีแต่คนดีคนทำงานเก่งทั้งนั้นที่ลาออก น่าใจหายแทนประชาชน..
2513yod@thaimail.com
ความคิดเห็นที่ 223 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดิชั้น ไม่เข้าใจที่บอกว่าเช้าชามเย็นชาม นั้นเป็นระดับไหน แต่ถ้าเป็นพวกระดับเจ้าหน้าที่อย่างดิฉันและเพื่อนๆ ทำงานหนักมากงานเยอะ เงินเดือน 6000-7 พัน แต่ก็ประหยัดพอทนได้ แต่สิ่งที่ อยากแก้ข้อกล่าวหาให้ข้าราชการและลูกจ้างของรัฐ คือ พวกผู้บริหารระดับเส้นสาย พวกที่ทำงานไม่เป็นแต่ อาศัยประจบผู้มีอำนาจไปวันๆๆ พวกนี้แหละที่เป็นตัวถ่วง ความเจริญของประเทศไทย ต้องเอาไปตัดหัวเสียบประจาน
เจ้าหน้าที่ระดับล่างที่ต้องรองรับอารมณ์
ความคิดเห็นที่ 222 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวกเราที่ต้องการเงินเดือนไม่มากแต่ต้องการตด้านสวัสดิการ แต่ขณะนี้จะคลุมสวัสดิดการเราให้มีวงเงินจำกัด เหมือนเอกชน ถ้าจำกัดเริ่มจากข้าราชการใหม่จะไม่ว่าอะไร แต่พวกเรารับราชการมานานจะมาจำกัดสิทธิมันไม่ยุติธรรม พวกเรารับเงินเดือนเริ่มไม่พันว่าบาท แต่เราก็ไม่ว่าเพราะถือว่าสวัสดิการให้เท่านี้ก็พอใจ ถ้าจะทำอะทุกอย่างควรเริ่มจากข้าราชการใหม่ ที่ว่าไม่ตัดสิทธนะ
เคยได้ยินหรือไม่ว่าไม่มีมูลหมาไม่ขี้หรอก
นก
ความคิดเห็นที่ 221 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กพ. คิดแต่ว่าข้าราชการไทย เช้าชามเย็นชาม ว่าตนเองหรือเปล่า เคยเห็นข้าราชการที่ทำงานอย่างทุ่มเทไม่มีใครทำได้เหมือนหัวหน้าเราอีกแล้ว มาทำงาน 7.30 น กลับบ้าน 18.00 น. หรือบางครั้งก็ 17.00 น. และบางครั้งต้องออกงานที่ส่วนราชการขอความร่วมมือกลับบ้าน 24.00 น หรือมากกว่านั้นยังมีเลย คิดว่าจะระงับการใช้เส้นสายหรือ คิดแบบเผ้อเจ้อ ฝันกลางอากาศ ระบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว เพียงแต่คุณปรับเงินเดือนให้เหมาะสมกับเศรษกิจปัจจุบันก็พอแล้ว ยิ่งพวกหมอนะให้ทำงานคิดเงินค่าตรวจเป็นรายคนดีกว่า เพราะเพิ่มเงินเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผลดีอะไร ทุกคนพวกเรามารับการรักษาต้องมา 05.00 น. แต่หมอมาตรวจ 10.00 น กว่าจะมาจากคลินีกกัน พอมาตรวจแปบเดียวก็บอกว่าต้องรอตอนบ่าย เพราะตรวจครบจำนวนที่หมอตั้งเกณพ์เอาไว้แล้ว ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ามีการต้องเกณฑ์การตรวจด้วยหรือ
nan
ความคิดเห็นที่ 220 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันจะปรับแต่ข้าราชการ แล้วลูกจ้างประจำที่ทำงานมากกว่าข้าราชการมันเอาไปไว้ไหน
ขรก.
ความคิดเห็นที่ 219 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยาก ...ทำได้เหรอ ... ถ้าทำได้แผ่นดินไทยคงสูงขึ้น
แน่ ๆ ...จะทำอะไรหรือทำยังไง อย่าใช้อารมณ์และหลงในอำนาจตน ความจีรังของอำนาจไม่มีหรอก...
ทำในสิ่งที่ถูกต้องมีความยุติธรรม.
mmm
ความคิดเห็นที่ 218 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยโครงการนี้จะได้กำจัดพวกสอพลอไม่อยำงานแต่ได้ ขั้นครึ่ง-2 ขั้นประจำ ได้กันมานานแล้ว คนทำงานมีความสามารถหมดกำลังใจกันเป็นแถว ไม่เชื่อถามชาวพลศึกษาทั่วประเทศดู นี่เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้คุณภาพการศึกษาด้อยลงเรื่อยๆ ทั้งที่เพิ่งเป็นสถาบันพลศึกษา เอวัง
nor_r@hotmail.com
ความคิดเห็นที่ 217 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยกับคห 190
ยุบกพ ยุบสปสช ยุบสรรพกร (555)
sok@hotmail.com
ความคิดเห็นที่ 216 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฟหกกดดเเ
test
ความคิดเห็นที่ 215 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ติดตามข่าวตลอด แต่ก็ยังไม่เห็นความชัดเจนในการนำมาใช้ปฏิบัติ นอกจากการแบ่งกลุ่มประเภทเพื่อกำหนดฐานเงินเดือน แต่ในแต่ละกลุ่ม มีการตัดสินปรับเลื่อนขั้น หรือกระโดข้ามกลุ่ม จากวิชาการไปบริหาร ยังคงไม่มีอะไรชัดเจน ก็เท่ากับการแก้ปัยหาไม่ถูกจุด ระบบฐานเงินเดือนเดิม คือขึ้นกับอายุราชการที่เพิ่มขึ้น พร้อมความรับผิดชอบที่เพิ่มตามประสบการณ์ ซึ่งข้าราชการทุกคน มองว่ายุติธรรมดี ที่ไม่ดีคือ การตอบแทนเลื่อนขั้นแต่ละปี ท่ไม่เป็นธรรม เพราะเกิดจากการตัดสินใจของผู้มีอำนาจในหน่วยงาน ที่ตนเองฟาดสองขั้นตลอด เพราะทุกคนประเมินตนว่าดีเสมอ รองลงมาคือพวกของตน ซึ่งนี่คือปัญหาของระบบราชการไทย ที่บั่นทอนคนทำงานดี

ถึงแม้แบ่งกลุ่มประเภทตามสยงานกันแล้ว เงินเดือนต่างกันแล้ว แต่การปรับขึ้นเงินเดือนแต่ละปี ก็ยังแบบเดิม พวกข้า คนของข้า ต่อให้เป็นหมอเงินเดือนสูงกว่าอำนวยการ แต่ไม่ชอบหมอเลย ก็ขึ้นเงินให้สองเปอร์เซ็นต์ แต่อำนวยการเงินเดือนเขาน้อย เลยให้สี่เปอร์เซ็นต์ทุกปี บางปีงบเยอะ ให้ไปแปดเลย แล้ว คนดีๆที่ทำงานหนัก เงินเดือนมากกว่าก็จริง แต่การเลื่อนขั้นเงินเดือน ยังไม่สามารถออกระบบประเมิน โดยผู้ประเมินอย่างเที่ยงธรรมได้ ก้แก้ปัยหาคนดีท้อถอยไม่ได้
kat@yahoo.com
ความคิดเห็นที่ 214 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำได้เหรอ...เด็กเส้น..เช้าชามเย็นสามชาม...เข้างานสาย..เลิกงานไว...
ไม่เชื่อ...
ความคิดเห็นที่ 213 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความคิดเห็นที่ 155 จ๋าจะเอาเงินเดือนมากๆไปถึงไหน
เด็กจบป.ตรีหลายคนทำงานมาหลายปีเงินเดือนยังมีถึงหมื่นห้าก็มีนะจ๊ะ ไม่รู้ว่าจะโดนบริษัทให้เออรี่รีไทร์ตอนอายุเท่าไหร่ด้วย
sd
ความคิดเห็นที่ 212 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เลิกเหอะ กพร.

เลิกเหอะ กพ.
เลิกเหอะ
ความคิดเห็นที่ 211 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไม ก.พ. ต้องใช้ระบบ 4 แท่งทั้งๆที่ไม่จำเป็น

เนื่องจากมีการนำระบบ PC.มาผสม DNA ให้เป็นระบบอุปภัมภ์จน PC.เละเทะ...ต้องนำระบบ 4 แท่งมาใช้เพื่อเลิกระบบ PC.ที่มีหน้าตาเหมือนสัตว์ประหลาด
จากฝีมือผสมพันธุ์ระบบ PC.ของอดีตเลขาธิการ ก.พ.

เธอเป็นนักผสมพันธุ์ยอดเยี่ยมที่เปรียบเสมือนนักวิทยาศาสตร์ผสม DNA ของคนกับสัตว์สร้าง"นางเงือก"หรือมนุษย์กึ่งสัตว์ได้ตามการค้นคิดใหม่ระบบไซบริจด์

หาก ก.พ.จับความวิตถารของอดีตเลขาฯ ก.พ. ได้ สำนักงาน ก.พ. น่านำระบบ PC ซี่งดีอยู่แล้ว
นำมา Break down หรือที่การบริหาร HCM.(Human Capital Management)เรียกว่า Function Deployment
เพื่อกำจัดจุดอ่อนความเละเทะของ PC.ไทย และใช้วิธีการ"ปรับปรุงระบบ"ที่เรียกว่า Process Improvement

เท่านั้นเอง... ราชการไทยก็มีระบบ PC ที่ดีกว่าระบบ 4 แท่ง
ซี vs แท่ง
ความคิดเห็นที่ 210 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอเสริมความเห็นที่ 26และ39 อีกนิดนะครับนักบินทหารอากาศเอาเวลาราชการไปบินให้กับสายการบิน หรือแอบไปรับjob เป็นครูการบินให้กับโรงเรียนการบินเอกชน ตอนนี้แต่ละคนกินเงินเดือนหลวง บวกค่าปีกนักบินและค่าผู้บังคับอากาศยาน รวมแล้วเกือบๆหกหมื่นบาท ไม่เห็นมีใครมาจัดการกับพวกนี้เลย ผบ.ทอ. ก็มัวแต่ดูเรื่องการเมือง ลูกน้องตัวเองทำผิดอยู่ไม่เห็นทำอะไรเลย แล้วไอ้บริษัทการบินเอกชนนี่ก็เส้นดีเหลือหลาย ที่ตั้งที่อยู่ตัวเองก็ไม่มี อาศัยที่ของกองทัพอากาศอยู่ได้ แถมขอเปิดรร.สอนการบินได้อีก กรมขนส่งทางอากาศก็อนุมัติไปได้ มาตรฐานก็ไม่เห็นมีอะไร ให้ศิษย์การบินบินไปตายที่เขาใหญ่ก็หาไม่เจอ นิรภัยการบินก็ไม่มี แบบนี้ยังเอื้อกันอยู่อีกเหรอครับ
เหล่าอากาศโยธิน
ความคิดเห็นที่ 209 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข้าราชการดีๆ ก็มี เราจะยกตัวอย่าง ผอ.ของเรา ผอ.เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้องอย่างมาก มาแต่เช้านั่งดู เซ็นต์งาน และก็ไปประชุม กลับเข้ามาก็เย็นๆ และก็มานั่งทำงานสักพัก ก็ประมาณสองทุ่ม ทุ่มบ้างแล้วแต่ แล้วก็หอบหิ้วงานในแฟ้ม ประมาณสามแฟ้ม กลับไปดูที่บ้าน ประจำค่ะ ยังงง ว่า ผอ.เอาเวลาที่ไหนผ่อนคลายบ้าง บางทีก็ออกพื้นที่ ตจว. สามวันสี่วัน โครงการแต่ละอย่างก็สำคัญระดับประเทศ จะวัดกันทุกคนไม่ได้หรอก เราเป็นผู้น้อย เราก็เลยต้องดูแล ผอ.เราหน่อย เพราะท่านทุ่มเท เราก็เลยทุ่มเทบ้าง เราเห็นด้วย กับ คห.190. นะ ยกเลิกเหอะ กพร.นะ ไม่เห็นมีประโยชน์เลย ให้ส่วนราชการแต่ละส่วนดูแลตัวเองดีไหม ให้งบไปก้อนนึง ใครบริหารไม่ดี เจ๊ง ก็ให้ยุบไปเลย หรือเปลี่ยนเจ้ากรมกันไปเลย สะใจดี อยากรับพวกพ้อง แล้วไม่ทำงาน ก็ให้ไปตายซะ ทุกวันนี้ เราคิดว่า เงินเดือนน้อยก็จริง แต่เราภูมิใจที่เราได้รับใช้เบื้องพระยุคคลบาท เราเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และเราก็จะวางตัวกับประชาชนทั่วไปดีๆ เพราะข้าราชการทุกคนต่างต้องช่วยแบ่งเบาภารกิจของพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนต้องอยู่ดีกินดี นั่นแหละถึงจะเรียกว่าข้าราชการ ไม่ใช่แย่งกันจะเอาตำแหน่งท่าเดียว หัดมีสามัญสำนึกกันซะบ้าง
พังแพน
ความคิดเห็นที่ 208 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข้าราชการล่าง ไม่น่าหนักใจหรอก

ถ้าระดับสูงมีสมองในการจัดสรรงาน

ในการพัฒนางาน และติดตามงาน

แต่ที่เป็นปัญหาคือ

เอางานให้ระดับล่างทำแต่งุบหงิบเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง

ข้างล่างก็จะทำงานแต่เงินลูกพี่เอาเข้ากระเป๋า

พองานไม่ดีก็หาว่าเป็นตัวถ่วง

จริงๆคนที่ถ่วงคือลูกพี่หรือหัวหน้า ตำแหน่งใหญ่ๆทั้งนั้น

เงินทองไม่เข้าใครออกใคร ถ้าให้ผู้ใหญ่ดูแลก็คิดว่าเป็นเงินตัวเอง เลยเข้ากระเป๋าเสียครึ่ง

ลองเปลี่ยนวิธี ดูแลเงิน ดูแลงบสิ แล้วจะดีขึ้นทันตาเห็น

ถ้าให้ชาวบ้านรับรู้การใช้จ่ายงบด้วย

รับลองว่า งานก็จะเป็นงาน เป็นรูปร่าง

เงินงบก็ไม่จะได้ใช้เต็ม

ทีนี้ประสิทธิภาพก็มีเพียบ

คนล้านห้ายังน้อยไป เพราะจะมีงานเพิ่มขึ้น

นี่ผู้ใหยญ่งุบหงิบจัดสรรงบกัน(ไม่ให้ใครรู้ ยิ่งกว่างบราชการลับเสียอีก)

แกล้งจัดงานที 10ล้าน 20ล้าน

จ่ายจริง(ถ้าเอกชนทำ) 5 ล้าน 10ล้าน

ตรงนี้สิ ที่ต้องแก้

ที่ต้องไล่ออก

จบงานไม่เคยประเมินผลให้ชาวบ้านรับรู้

..
ความจริง
ความคิดเห็นที่ 207 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เเม่เราผู้บริหารกระทรวง ไปทำงาน 7:30 เลิก 5โมง เเต่กลับมาทำงานต่อที่บ้าน เสาร์ อาทิตย์ยังทำงาน ลูกน้องเเม่ก็ไม่ต่างจากเเม่

ข้าราชการไม่ได้เหมือนกันทุกคน
Chi
ความคิดเห็นที่ 206 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ให้เเน่ใจได้ไงว่าไม่มีเด็กเส้น ในเมื่อท่านๆ ชั้นสูงยังส่งลูกหลานตัวเองเข้ากระทรวงอยู่
..
ความคิดเห็นที่ 205 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เชื่อว่าเปลี่ยนระบบได้ แต่จะเปลี่ยนดวง คือ เด็ก...วิ่ง...เงิน...ไม่ได้แน่นอน (ก็ผู้ใหญ่ ๆ ที่มีอำนาจทั้งหลายเป็เอง)
ขรก.
ความคิดเห็นที่ 204 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แค่คนในกระทรวงสาสุขที่เมืองนนท์ ก็ไม่รู้จำนวนเท่าไร แต่ทำไรกันก็ไม่รู้ ประชุมๆๆ ถ้ากระจายงานให้จังหวัดรับผิดชอบ งานในกระทรวงก็ไม่ต้องการคนเยอะใช่ไหม
สาสุข
ความคิดเห็นที่ 203 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สื่อที่ทันสมัยของโลก www.opm.gov เป็นพยานหลักฐานชี้ให้นักศึกษาและประชาชนเห็นจุดอ่อนของชาติ
คือความไม่มีคุณภาพและล้าสมัยของคณะรัฐประหาร,คณะที่ปรึกษา คมช. รัฐบาล, สนช.และ สำนักงาน ก.พ.
สร้างผลงานเลวมากให้ประเทศ อาทิ
1. ก.พ.ไม่รู้จริงนำระบบ 4 แท่งมาแทนระบบ PC.
โดยความเห็นชอบของรัฐบาลและ สนช.
2. การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบเพิ่มค่าใช่จ่ายนักศึกษา
โดยความเห็นชอบของกระทรวงศีกษาธิการและ สนช.

ความไม่มีคุณภาพ(Disqualified)ของคนสำคัญในองค์กรของรัฐดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความล้าสมัยไม่รู้ว่าคุณภาพ(Quality)คืออะไร ?
ทั้งๆที่โลกได้เปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุค"การบริหารคุณภาพ"มา 20 ปีแล้ว
Quality
ความคิดเห็นที่ 202 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข้าราชการไทยแปลว่า เจ้านายของประชาชน
แปลตามตรง
ความคิดเห็นที่ 201 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณจะเริ่มตตัดตรงไหนละ ปลัดกระทรวง อธิบดี บางคนพูดภาษอังกฤษไม่มรู้เรื่อง แต่มีหน้าที่ต้องไปประชุมกับต่างชาติ เซ็นสัญญาเป็นภาสากล ถ้าประชุมไม่รู้เรื่องแล้วจะอ่านสัญญารู้เรื่องเหรอ แล้วคิดว่าพวกนี้จะตัดอาชีพตัวเองเหรอ ฝันไว้สวย แต่จะหาคนที่ไล่ตัวเองออกจากตำแหน่งนั้นยากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ไทยเวกัส
ความคิดเห็นที่ 200 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปราบบิ้กขี้หลี ขจัดเด็กเส้น เน้นคนดีมีฝีมือ ถ้าทำได้จริงผมก็อยากจะเป็น ขรก. เหมือนกัน อิอิๆ สู้ๆนะครับ
tum_d24@hotmail.com
ความคิดเห็นที่ 199 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วาดซะสวยหรู ทุกวันนี้ ผู้บริหารระดับหนัวหน้าแต่ละหน่วยงาน ต่างจังหวัด แต่ละเดือน ทำงานกีวัน ได้แต่เซ็นหนังสือ 2-3 ฉบับ แล้วก้ เข้ากรุงเทพ เข้ากระทรวง เข้ากรม กลับไปนอนบ้าน โดยไม่ต้องออกเงินจ่ายค่ารถเอง
กลับมาก้ขู่ขย้ำคนอื่น
คนอุตร
ความคิดเห็นที่ 198 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เสนอยุบ กพ.ก่อนเลยครับเจ้านาย
ด.เด็ก
ความคิดเห็นที่ 197 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมขอออกความคิดบ้างนะคับผมเห็นแต่ให้ความสำคัญกับข้าราชการเล็วๆไม่ได้ว่าข้าราชการดีๆนะคับทำไมไม่คิดจะช่วยลูกจ้างประจำให้มาเป็นข้าราชการกันบ้างหรือครับเห็นให้ทำงานแทนข้าราชการกันทั้งนั้นแต่เวลามีผลประโยนช์พวกท่านไม่เคยนึกถึ่งลูกจ้างประจำเลยคิดคิดกันบ้างมั้ยเพียงแต่ให้พวกผมมีโอกาสเป็นข้าราชการกับเขาบ้างเท่านั้นเป็นมา15ปีจบปโทนิติ
ลูกจ้างที่ไม่โกงกิน
ความคิดเห็นที่ 196 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บีบพวกไม่มีเส้นให้พ้นเส้นทางมากกว่า ต่อไปลูกน้องคงต้องคอยเดินตามเจ้านาย
ไม่พ้นระบบเส้นสาย
ความคิดเห็นที่ 195 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตำแหน่งผู้บริหารทุกวันนี้ทำงานไม่สมกับตำแหน่งและเงินเดือนเลย ชอบเอาเปรียบลูกน้อง อม..อีก น่าจะให้ความสำคัญกับตำแหน่งทั่วไปมากกว่านี้ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานแต่ผลกรรมที่ได้ นี่แหล่ะหนาระบบข้าราชการไทยผู้บริหารเป็นคนคิดก็เอาดีเข้าตัวหมด
ผู้รู้ชะตาชีวิต
ความคิดเห็นที่ 194 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ค.ห. 190 ครับ

สมัยก่อนสหรัฐก็มีสำนักงาน ก.พ. เหมือนไทยเรา และมีชื่อภาษาอังกฤษเหมือนกันคือ CSC. (Civil Service Commission)

ต่อมาเมื่อทศวรรษ 1990s รัฐบาลสหรัฐต้องการปฏิรูปการเมืองเข้าสู่การบริหารคุณภาพ TQM. ให้การบริหารมี"ระบบ" และต้องการขจัด ก.พ.ทิ้งเหมือนท่านคิด...แต่ไม่โหด เพียงเปลี่ยนชื่อ csc. เป็น OPM (Office of Personnel Management) เพื่อให้มีโครงสร้างใหม่และมีการบริหารคุณภาพ TQM. หรือ Good Governance.ให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

สำหรับการบริหารค่าตอบแทนยังคงใช้ระบบ PC.เหมือนเดิม..หลักฐานดูได้ที่ www.opm.gov
ครับผม
ความคิดเห็นที่ 193 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สมัยนี้...ทำงานต้องมี "ดวง"
๑. ด คือ เด็ก - เป็นเด็กเส้นของใครหรือป่าว
๒. ว คือ วิ่ง - มีการวิ่งเต้นหรือป่าว
๓. ง คือ เงิน - มีเงินหรือป่าว
คนสมัยนี้เข้าใจคำว่า "ข้าราชการ" แบบผิดๆ
คิดว่าทำงานราชการแล้ว สบาย มีบำนาญ สวัสดิการ
บารมี คนนับถือ
แต่จริงๆแล้วคุณคือ "ข้าของราชา" เป็นผู้ทำงานแทนพระราชาหรือเจ้าแผ่นดินนั้นเอง
flaaaay (flaaaay สมาชิก)
ความคิดเห็นที่ 192 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ลาออกจากพนักงานรัฐเพราะคุณพ่อป่วยแต่ไม่มีปัญญาช่วยค่ารักษา สวัสดิการพนักงานรัฐก็ไม่ครอบคลุมพ่อแม่ เห็นได้ชัดอยู่แล้วว่ารัฐพยายามตัดสวัสดิการของพ่อแม่ข้าราชการ คนที่ทำงานให้รัฐรับเงินเดือนถูกๆก็เพราะหวังสวัสดิการให้ครอบครัวยามเจ็บไข้นี่แหละครับ ถ้ารัฐคิดจะตัดสวัสดิการส่วนนี้ก็ต้องเพิ่มเงินเดือนให้แข่งกับเอกชนได้ โดยเฉพาะพนักงานสายวิชาการ พวกเขาเป็นกลุ่มที่บริการสังคมได้ และไม่จำเป็นต้องง้อของานรัฐทำ หลายคนก็หนีไปสอนต่างประเทศก็มี ถ้าคุณใช้งานเขาเป็นถึงต้องจ่ายเงินเดือนมากก็คุ้มค่าครับ ทุกวันนี้อาจารย์มหาวิทยาลัยรัฐวิ่งรอกสอนหนังสือให้มหาวิทยาลัยเอกชนเป็นว่าเล่นจนไม่มีเวลาทำวิจัย บ้างก็ทำวิจัยแบบรับจ้างไม่มีความเป็นวิชาการ เห็นแล้วทุเรศมาก ถ้ารัฐคิดจะพัฒนาคนต้องแก้ไขปัญหานี้โดยด่วนครับ
อดีตพนักงานรัฐ
ความคิดเห็นที่ 191 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ค่าของคนอยู่ที่ว่าเราเป็นเด็กใคร
เด็กหลังดอย
ความคิดเห็นที่ 190 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วิธีดีที่สุดก็คือยุบ ก.พ ครับ เพราะ กพ นั้นมีหน้าที่แบ่งขนม มักจะได้ชิ้นโตเสมอ และดูเหมือนว่าฉันจะมีความหยิ่งมากกว่าหน่วยงานอื่นๆ เพราะทุกอย่างต้องผ่านฉันหมด การปฏิรูประบบโดยยกเลิกซีนั้นมิได้มีอะไรใหม่เลยเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ นอกจากการจัดระบบบริหารแล้วการประเมินก็ไร้ประสิทธิภาพ ข้าราชการพลเรือนไม่มีประสิทธิภาพเพราะมัวแต่เอ่าใจข้าราชการการเมืองครับ สมัยทักษิณปฏิรูประบบราชการ ยุบ - เพิ่มกระทรวง เพียงเพื่อสนองตัณหาของนักการเมืองทั้งสิ้น นักการเมืองได้ประโยชน์มากที่สุด เพิ่มส่วนของรัฐมนตรีลดส่วนของข้าราชการประจำครับ
ไม่ได้ผล
ความคิดเห็นที่ 189 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สรรพากรเป็นหน่วยงานที่มีเส้นสายมากจริง ๆ เก่งงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องถามว่า คุณเป็นเด็กของใครด้วย
55
ความคิดเห็นที่ 188 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คงอยากทีจะสร้างความเป็นธรรม เพราะปัจจุบันระบบก็ไม่เลวร้ายนัก แต่เส้นสาย การเลียแข้งเลียขามีมาก ระบบใหม่ก็คงเหมือนเดิม
ข้าราชการ
ความคิดเห็นที่ 187 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระดับหัวหน้าสำนักงาน เงินเดือนก็สุงแถมมีเงินประจำตำแหน่งอีก งานก็ไม่ได้ทำอะไร ดีไม่ดียักยอกเงินหลวงอีก น่าเศร้าจริงๆ...พวกผู้น้อยเงินเดือนก็น้อย เงินประจำตำแหน่งก็ไม่มี ทำงาน งกๆๆๆ ควรพิจารณาเงินเดือนไม่ให้แตกต่างมากนัก ให้อยู่ในสมเหตุสมผล เงินประจำตำแหน่งควรยกเลิก เสียดายเงินหลวง ไม่ต้องกลัวหรอกว่า คนที่ทำงานราชการจะหนีไปอยุ่เอกชน เพราะตอนนี้เขาอยากอยู่ราชการทั้งนั้น เพราะความมั่นคงมีมากกว่าเอกชน
1122
ความคิดเห็นที่ 186 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะปรับกี่ที ผู้บริหารก็งานสบายเหมือนเดิม เย่มาก
ประชาชนทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 185 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โครงสร้างกาฝาก(Poor Organization Structure) ที่รัฐบาลทักษิณวางยาไว้

รัฐบาลสหรัฐเคยใช้โครงสร้างแนวดิ่งหลายลำดับชั้น(Hierarchical model) เช่นเดียวกับโครงสร้างแนวดิ่ง
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2545 ของทักษิณ
โดยสหรัฐลอกแบบโครงสร้างแนวดิ่งมาจากบริษัทรถยนต์ ไครสเลอร์ ประมาณ ค.ศ. 1930

แต่ได้ยกเลิกไปในการปฏิรูปการเมือง ปี 1994-1999 เมื่อรัฐบาลปฏิรูปเข้าสู่การบริหารคุณภาพ TQM
ทั้งนี้เพราะโครงสร้างดังกล่าวขัดต่อการบริหารคุณภาพซึ่งมีรูปแนวราบ(Horizontal Structure)
-ขัดต่อโครงสร้างสมัยใหม่ที่องค์กรเป็นระบบ(Organization as a System)
-ขัดต่อการปรับปรุงระบบ(Process Improvement)ของการบริหาร TQM.

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงสร้างแนวดิ่งมีผู้บริหารระดับกลาง(Middle Management)เกะกะมากมายเป็นกาฝากองค์กร
และเป็นอุปสรรคต่อการมอบอำนาจให้ระดับล่างที่เป็นผู้สร้างความสำเร็จให้องค์กร(Empowering Employees)
โครงสร้าง
ความคิดเห็นที่ 184 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข้าราชการ บีบสารพัด แต่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน(เคยเลือก ทุก 4 ปี เดี๋ยวนี้จะบรรจุถึงเกษียณ) อบต. เอาใจ สารพัด เพียงเพราะคนเหล่านี้เป็นฐานเสียงการเมืองได้ ชนชั้นปกครอง มันคิดได้แค่นี้จริงๆ
คนหลังเขา เชิงดอย
ความคิดเห็นที่ 183 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คห. 171 สุดยอด!

จากข่าว กพ. อธิบายข้อดีของระบบใหม่ว่าจะทำให้ราชการปลอดอิทธิพลจากนักการเมือง ถามว่า กพ. เอง จะขวางการเมืองไม่ให้เข้ามาล้วงลูกได้หรือ จำเรื่องมาตรการ 5 % สมัยรัฐบาลที่แล้วได้ไหม กพ. ทำอะไรไว้ เปลี่ยนเป็นระบบใหม่แล้วข้าราชการเองจะ rely on กพ. ได้แค่ไหน ถามหน่อย ในเมื่อผู้บริหารกพ. เองก็ไม่สามารถทำตัวเองให้เป็นอิสระจากฝ่ายการเมืองได้แล้วจะไปปกป้องข้าราชการได้หรือ
สงสัย
ความคิดเห็นที่ 182 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เปลี่ยนแปลงปรับปรุงบ้างก็ดีนะ ระบบข้าราชการไทยนะ
ส่วนมากไม่ค่อยทำงานเอาของไปขายกัน ครูก็แจกงานให้ นร. แล้วเมื่อไหร่จะเจริญละโกงกันสบั้นหั่นแหลก น่าเบื่อ..อบต. ไปดูซะบ้างก็ดี เอาลูกหลานเพื่อนพ้องเข้าทำงานเป็นพรรคเป็นพวกวันๆเห็นแต่โครงการออกมานั่งมั่วรับเงินเดือนไปทำไรออกมาก็ไม่มีประโยชน์ที่แท้จริงทุกหน่วยงานของราชการถ้าหัวไม่สายหางก็ไม่กระดิกหรอกจะบอกให้...ถ้าหัวขยันทำงานอย่างจริงจังไม่เอารัดเอาเปรียบลูกน้องๆก็ทำตาม ส่วนมากหัวก็นั่งสั่งในห้องแอร์ลูกน้องก็ทำกัน อู้บ้าง โอ๊ย สารพัด เห็นแล้วเลยออกจากระบบนี้มาทำมาค้าขายเองเลย ไม่ต้องกลัวกับการที่จะเข้าปิ้งเพราะนายสั่งให้ทำ ทุกวันนี้ยังเห็นทำกันอยู่เลยพูดไปก็แค่นั้น เพราะสามัญสำนึกคนที่จะทำดีไม่มีแล้ว ต้องเงินตัวเดียวถึงจะอยู่ได้ในสังคมไทยปัจจุบัน
สงสารตาสีตาสาที่จ่ายภาษี
ความคิดเห็นที่ 181 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเป็นทหารมา 29 ปี ทั้งยิงกับโจรสลัด ทั้งยิงกับพวกขนยาเสพติดทางทะเล พบมามากแล้ว พวกเรียนสูง ๆ พอถึงเวลาทำอะไรไม่ได้เลย ตัวสั่นงันงก จะหนีอย่างเดียว อย่างนี้ปล่อยให้ถูกยิงตายเสียให้หมดก็ดีหรอก พวกกระผมจะได้ขึ้นสูง ๆ บ้าง เงินเดือนก็น้อย เสี่ยงก็เสี่ยง แถมโดนพวกเรียนสูง ๆ ฉลาดเฉพาะเรื่องโกง มาหักหัวคิว บีบทุก ๆอย่าง บางงานเจอพวกจบ ป.เอก คิดโน่นคิดนี่ พอนำไปใช้จริงพวกผมเกือบตาย ต้องแก้ปัญหากันเอง ควรจะแบ่งพวกมีประสบการณ์กับพวกวิชาการให้มีสิทธิ์เท่าเทียมกัน มีความก้าวหน้าเท่าเทียมกัน ถึงจะยุติธรรม บ้านเมืองเราทุกวันนี้ ก็อาศัยพวกมีประสบการณ์มาสร้างสรรทั้งนั้น พวกนักวิชาการ ได้แต่คิด ๆๆๆ แต่ทำอะไรไม่เป็น และไม่กล้าทำ อย่าอ้างว่า พวกรัฐมนตรีหลาย ๆ คนจบ ป.ตรีเป็นอย่างน้อยนะ เพราะหลาย ๆ คน ลองสืบดู จะรู้ว่ามีคนทำทุกอย่างให้จนจบ ป.
ทหารไม่มี ป.
ความคิดเห็นที่ 180 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้องยอมรับว่า ข้าราชการ ก.พ. ยังทำงานไม่เป็นระบบ ข้าราชการไม่มีความรู้ ความสามารถ ผลผลิตตามตัวชี้วัดต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามเป้า
แน่ใจแล้วเหรอ จะนำระบบแท่งมาใช้
ร.ต.อ.ปลอมตัวมา
ความคิดเห็นที่ 179 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แบ่งแยกกันเห็นๆ ถ้ามีความสามารถก็ควรให้สอบข้ามกลุ่มได้ จะลดปัญหาได้บ้าง.
az
ความคิดเห็นที่ 178 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าสงสารสำนักงาน ก.พ.ในการนำการบริหาร 4 แท่งของเฮย์มาลองผิดลองถูกกับราชการ
แค่ตอบคำถามถึงเหตุผลในการนำระบบ 4 แท่งมาใช้ก็สาหัสจนถึงขั้นต้องนอนห้อง ไอซียู แล้ว
เพราะระบบนี้เหมาะกับภาคธุรกิจเอกชนมิใช่การบริหารภาครัฐ

การบริหารภาครัฐ เช่น รัฐบาลสหรัฐยังคงใช้ระบบ PC.
แสดงว่าดีกว่าระบบเฮย์อย่างแน่นอน
เพราะถ้ามีการวิจัยพบว่าระบบเฮย์ดีกว่า รัฐบาลสหรัฐเลิก PC. ไปใช้ระบบ 4 แท่งนานแล้ว ทุกว้นนี้รัฐบาลสหรัฐยังคงใช้ PC.

เรื่องการบริหารคน Human Capital Management
รัฐบาลสหรัฐเป็นผู้นำของโลก...จึงไม่น่าจะมีปัญญาอ่อนกว่าสำนักงาน ก.พ.
ซี vs เฮย์
ความคิดเห็นที่ 177 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"กรณีนี้เกิดขึ้นแล้วในขณะนี้ คือเริ่มมีข่าวลือที่หนาหูเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ด้านสวัสดิการของข้าราชการที่จะต้องเสียไป คือมีการพูดกันว่าข้าราชการทั้งหมดจะต้องใช้ระบบประกันสังคมเหมือนพนักงานบริษัทเอกชน และสวัสดิการการรักษาพยาบาลที่มีให้ตั้งแต่ลูกจนถึงพ่อแม่นั้นจะถูกยกเลิกไป และให้ไปใช้สวัสดิการในโครงการ 30 บาทห่างไกลโรคแทน

“ผมเพิ่งจะได้ยินข่าวนี้นะ ที่ตลกคือยังไม่มีใครพูดถึงประเด็นนี้ แล้วใครเป็นคนพูดขึ้นมา คำถามคือคนพูด พูดเหมือนรู้จริง แต่จริงๆ แล้วไม่รู้ แล้วไปบอกต่อ ตรงนี้ต่อไปอาจทำให้เกิดกระบวนการต่อต้านขึ้นมา ซึ่งไม่เป็นความจริง และประเด็นนี้ทางกระทรวงการคลังก็ต้องเป็นคนดูแล แต่กระทรวงการคลังก็ยังไม่เคยพูดเรื่องนี้ เอามาจากไหน พูดกันไปเพราะเข้าใจกันไปเองทั้งนั้น ไม่มีจริง”

-ถ้าเช่นนั้น ช่วยบอกข้อเท็จจริงให้รับทราบก่อนด้วย อย่าหมกเม็ดแล้วค่อยมาเปิดเผยทีหลังเมื่อนําระบบใหม่เข้ามาใช้แล้ว อย่าให้เหมือนกับการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยที่มาบอกชี้แจงสวัสดิการของพนักงานมหาวิทยาลัยหลัง พรบ.ผ่านเรียบร้อยแล้ว ไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งสวัสดิการดังกล่าวแย่กว่าเดิมมากๆ กล่าวคือพนักงานมหาวิทยาลัยจะต้องใช้ระบบประกันสังคม และสวัสดิการการรักษาพยาบาลที่มีให้ตั้งแต่ลูกจนถึงพ่อแม่นั้นจะถูกยกเลิกไป และให้ไปใช้สวัสดิการในโครงการ 30 บาท ซึ่งสิทธิข้าราชการ กับสิทธิโครงการ 30 บาทแตกต่างกันมากๆ
-ส่วนที่ว่าเงินตอบแทนจะเพิ่มขึ้น กลุ่มที่อยู่ระดับล่างเพิ่มมากขึ้นไม่เท่าไรเมื่อเปรียบเทียบกับการเป็นข้าราชการ แต่เสียสวัสดิการที่พึงจะได้รับ ส่วนในกลุ่มผ้บริหารจะได้เงินเดือนเพิ่มจากเดิมมากมาย
-ดังนั้นถ้ารัฐบาลต้องการเปลี่ยนเป็นข้าราชการระบบใหม่ หรือ มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบ ควรจะต้องคงสวัสดิการการรักษาพยาบาลไว้เหมือนเดิม มิฉะนั้นจะต้องเพิ่มเงินเดือนให้เทียบเท่ากับเอกชน เพื่อจะได้มีเงินเหลือเพียงพอสําหรับเลี้ยงดูบุพการีและบุตร ซึ่งสิทธิและสวัสดิการของผ้สูงอายุในปท. ไทยไม่ดีอยู่แล้วต้องมีลูกหลานเลี้ยงดูยามแก่เฒ่า
เราร้ทัน
ความคิดเห็นที่ 176 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การปฏิรูประบบเป็นสิ่งที่ดีเพราะคาดหวังว่าจะเห็นสิ่งที่ดีกว่า
แตที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นว่า ก้าวหน้าเฉพาะในระดับบุคคล
สังคมโดยรวมไม่ค่อยได้ประโยชน์ ดูตัวอย่างปฏิรูปการศึกษา
กระตุ้นให้มีการพัฒนาวิทยฐานะที่ไม่ต้องใช้ผลงานจริง ทำให้ยกเมฆกันจนฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล คนบางกลุ่มร่ำรวยจากการรับจ้างทำผลงาน ... ไม่อยากถามว่า เกิดอะไรขึ้น ก็เห็น ๆ กันอยู่
ผลลัพธ์ของจำนวนครูอาจารย์ที่มีวิทยฐานะสูงขึ้นไม่ได้สัมพันธ์กับคุณภาพเด็ก/นักศึกษา กลับผกผัน ตรงกันข้าม เพราะครูอาจารย์มัวแต่วุ่นกับการใต่เต้าเพื่อตัวเอง
ลองยกเลิกเงินตำแหน่ง... แล้วจะรู้ธาตุแท้ของมนุษย์โลก
ให้แรงจูงใจเป็นสิ่งดี แต่ให้แล้วต้องได้งานที่มีคุณภาพมากขึ้น ถ้าให้แล้วเหมือนเดิมหรือแย่กว่าเดิม ก็จะยังดันทุรังให้กันอยู่อีกหรือ ????
หมดหวัง
ความคิดเห็นที่ 175 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าลืมพวก สหกรณ์จังหวัด ธนาคารเพือการเกษตรและสหกรณ์ด้วย เลวไม่น้อยกว่าข้าราชการเลวๆหรอก ทั้งโกงกิน ทำเบิกไม่มีเหตุผล ขอร้องกึ่งบังคับให้เกษตรกรซื้อปุ๋ยซื้อยา ซื้อหุ้น ซื้อประกัน ของที่ได้ก็ไม่มีคุณภาพ ปุ๋ยที่อยุทธยา ปุ๋ยอินทรีย์ ราคา 390 บาท แต่เวลาได้ของนำหนักจาก 50 กก.เหลือ 40 กก. ผู้จัดการน่าจะตีแผ่เรื่องนี้บ้าง
อดทน
ความคิดเห็นที่ 174 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบบแท่งเงินเดือนและการกำหนดชำนาญการหรือเชี่ยวชาญแบ่งเป็นบริหารและวิชาการมีใช้ในข้าราชการครูหลายปีแล้วผู้บริหารชำนาญการแต่ปกครองครูในโรงเรียนระดับเชี่ยวชาญได้ นี้คือข้อดี
war
ความคิดเห็นที่ 173 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข้าราชการพลเรือนมีแต่ แย่งตำแหน่ง แย่ง C กันมีค่าตอบแทนทุกคน แต่ทหารไม่ว่าจะยังไงก็ต้องทำงานเพื่อชาติ ไม่มีค่าตอบแทนเลย ทั้งทำงานก็เสี่ยงชีวิต คุณจะปรับเปลี่ยนอะไรก็คิดถึงทหารด้วยนะ ไม่งั้นอาวุธในมือทหารจะกลับมาหาคนที่เปลี่ยนแปลงที่ทำให้มันเลวลง
ท.ทหารอดทน
ความคิดเห็นที่ 172 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็แค่"เช้าชาม เย็นชาม" ก็อยู่ได้แล้ว ยิ่งเป็นกลุ่มที่มีหน้าที่บริการประชาชน ก็ยังสามารถหาลำไพ่พิเศษ
ทั้งรีดทั้งไถ ใช้อิทธิพลข่มขู่สาระพัด ประชาชนต้องจำยอม
เพราะไม่มีทางเลือก
ยายมายายมี
ความคิดเห็นที่ 171 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สำนักงาน ก.พ. เปลี่ยนแปลงเรื่องระบบค่าตอบแทน(Remuneration)ทั้งๆที่มีระบบ PC.ที่ดีที่สุดอยู่แล้ว

นับว่ากล้าหาญชาญชัย เพราะเรื่องค่าตอบแทนมีความอ่อนไหวสูงที่นักบริหารคน H.C.(Human Capital) ทั่วโลกพากันขยาด

การปรับปรุงระบบ PC. ที่ ก.พ.มีประสบการณ์กวนจนเละตุ้มเปะเอง โดยนำมาปรับปรุงระบบ(Process Improvement)น่าจะง่ายและดีกว่า

กล้าหรือไม่รู้จริง
พี่เท่ง
ความคิดเห็นที่ 170 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบจริง คห 159 ผมว่างั้นแหละ
sa
ความคิดเห็นที่ 169 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การที่ ก.พ.ล้มเหลวการบริหารระบบ PC ซึ่งเป็นระบบค่าตอบแทนที่ดีที่สุดโดยรัฐบาลสหรัฐยังคงใช้ระบบ PC (Position Classification)จนทุกวันนี้

การเลิกระบบ PC มาใช้ระบบ 4 แท่งของเฮย์ ไม่น่าจะเป็นเพราะ ก.พ.เก่งเรื่องการบริหารมากกว่ารัฐบาลสหรัฐ

สาเหตุล้มเหลว PC เป็นเพราะความบกพร่องเรื่อง"ระบบ"และการบริหารหลายเรื่องรวมทั้งเรื่องการประเมินผลงาน

รายละเอียดความบกพร่องของ ก.พ.ดูได้ที่ 14 ข้อ(14 Points) ของดร.เดมมิ่ง
W.Edwards Deming, "Out of the Crisis." (The MIT Press, Massachusetts) โดยเปิดดูได้ที่ www.amazon.com
แนะนำ
ความคิดเห็นที่ 168 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยกับคุณ 138 มากครับ แอบอดคิดไม่ได้ว่า นี่มันเหมือนระบบแบ่งชั้นวรรณะของอินเดียเลย แล้วก็รู้สึกว่า อยากจะกีดกันข้าราชการระดับผู้น้อยกันเหลือเกิน แบ่งแท่งแล้วก็เพิ่มแต่ผลประโยชน์ของพวกผู้บริหาร ผมว่า มันจะยิ่งทำให้คนวิ่งเต้นเล่นเส้นสายกันมากกว่าเดิมอีก ใครหละจะอยากอยู่แท่งทั่วไป แล้วก็ไอ้ที่บอกจะพิจารณาค่าตอบแทนจากปริญาที่จบมาน่ะครับ อยากถามว่าแล้วไอ้ค่าประสบการณ์มันอยู่ตรงไหน ผมว่าคอยดูต่อไปใครอยากจะได้อยู่แท่งบริหารก็ต้องวิ่งนักการเมืองกันสุดๆ ไอ้ที่บอกว่าผู้บริหารระดับสูงมีสิทธิปฏิเสธนักการเมืองได้ มันเฟ้อฝันมากๆ เลยครับ ยกเหตุผลซะสวยหรู มีใครบ้างตั้งแต่อดีตมาที่กล้าปฏิเสธผู้มีอำนาจ ผมว่า คนคิดกลับไปอ่านสามก๊ก แทนอ่านตำราบ้าๆ บอๆ เฟ้อฝ้นแล้วอยากจะเอามาปฏิบัติดีกว่า คนเค้าด่ากันทั้งประเทศยังไม่รู้ตัวอีก

อาชีพข้าราชการ ไม่เคยมีใครมาเรียกร้องผลประโยชน์ให้มีแต่ถูกบีบ ถูกด่า จ่ายเงินช้าบอกตกเบิก ถ้าเป็นเอกชนทำแบบนี้ผิด กม แรงงานแล้วครับ
ผู้ไม่เห็นด้วย
ความคิดเห็นที่ 167 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต้องใช้งบประมาณ ซึ่งเป็นงบประมาณของแผ่นดินมากขึ้นหรือไม่ มากน้อยเท่าไหร่ และ
ประโยชน์ที่คาดว่าประเทศชาติคืออะไร วัดได้เป็นรูปธรรมหรือไม่ อย่างไร ครับ ... ผมไม่ค่อยมีความรู้มากมายอะไรนักน่ะครับ ขอขอบคุณ
mace
ความคิดเห็นที่ 166 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาพวก กพ. โง่ สมองบื้อชอบลอกต่างประเทศมาเปลี่ยนแปลงระบบราชการจนปั่นป่วนเละเทะไปหมด
ล่มนานแล้ว
ความคิดเห็นที่ 165 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในกรมสรรพากรมีข้าราชการจำนวนไม่น้อยที่ทำงานไม่ตรงตามตำแหน่ง เพราะหลายคนสอบได้ตำแหน่งที่สูงขึ้นแต่ไม่ยอมเดินทางมารับตำแหน่ง ขอช่วยราชการในที่ๆตนต้องการทำให้คนอื่นต้องแบกภาระแทน โดยเฉพาะตำแหน่งสรรพากรอำเภอ ซึ่งเป็นตำแหน่งของ c7 แต่ปัจจุบันคนรักษาราชการแทนส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ c5 ก่อนเป็นแท่งควรจะจัดการพวกนี้ให้เรียบร้อยก่อน เบื่อพวกอยากได้เงิน ได้ตำแหน่งแต่ไม่อยากทำงาน ไม่อยากลำบากพวกนี้เต็มทน
c1-5.rd.go.th
ความคิดเห็นที่ 164 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบบ PC ที่ว่าดีแล้ว ก.พ. สามารถปราบจนใช้ไม่ได้
ไอ้ 4 แท่งของ ก.พ.ที่แข็งแกร่งวันนี้...อีกไม่นานก็หมดสมรรถภาพ
4 แท่ง
ความคิดเห็นที่ 163 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงๆแล้วยังไม่อยากแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบใหม่เพราะยังเข้าใจไม่ถูกต้องนัก แต่พลันที่อ่านเจอความเห็นที่ 136 ก็อดไม่ได้ที่จะปรามกันว่า อย่าเอ่ยนามจังหวัดพัทลุงในทางไม่ดีแบบนี้ ผมเองก็สอบและบรรจุในพื้นที่จังหวัดพัทลุง เรื่องเส้นสายนั้นมีอยู่จริงหรือไม่จริงผมไม่รู้ แต่ขอยืนยันได้ว่าผมเข้ามาทำงานใน อบต.ได้เพราะผ่านการอ่านหนังสือมาอย่างหนัก ไม่ใช่มาด้วยระบบเส้นสายนักการเมืองท้องถิ่นหรือใครใดๆทั้งสิ้น
คนเมืองลุง
ความคิดเห็นที่ 162 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพราะการให้ความสำคัญกับแท่งอำนาวยการและบริหาร ทำให้คนที่ขี้เกียจทำงานส่วนหนึ่งหนีมาอยู่แท่งนี้ และนั่งบริหารแบบเช้าชามเย็นชามทำให้ราชการอืดอยู่ทุกวันนี้ ระดับปฏิบัติเขาพร้อมอยู่แล้วเพราะไม่มีอำนาจ ยกตัวอย่างครูที่ไม่ชอบการสอนหนังสือ อยากได้อำนาจสอบเป็นผู้บริหารกันเยอะ เขาบอกว่าไม่ต้องสอน ก็พวกผู้ใหญ่จัดการทั้งนั้นย่อมเอื้อประโยชน์ต่อตำแหน่งหน้าที่ตนเองอยู่แล้ว
จริงหรือไม่
ความคิดเห็นที่ 161 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าจะเละอีกหลายปีขัวญกำลังใจสำคัญที่สุดคนเราลองไม่รักไม่อยากทำเข็นไม่ไปภาวะผู้นำของผู้นำองค์กรสำคัญจะสามารถขับเคลื่อนองค์กรได้เงินยศไม่สำคัญแต่ความรักสำคัญที่สุดดูรัฐบาลทักสินสามารถทำให้คนตาบอดได้ทั้งประเทศระบบใหม่แค่จัดคนลงแท่งก็แตกกันแล้วสำหรับพวกหมอไม่ต้องพูดถึงความแลดทำให้เขาเอาเปรียบคนทั้งประเทศอยู่แล้ว
ทวีศักดิ์
ความคิดเห็นที่ 160 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณธรรมของผู้บริหาร และ มีความเป็นผู้ ต่างหากที่ทุกคนอยากได้ ส่วนลูกน้องคนไหนไม่ดี เอาออก เพราะตัวมีอำนาจ
จัดเลย
ความคิดเห็นที่ 159 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมทำงานมา 20 ปีเป็นทหารวิเคราะห์และแก้ปัญหาเกือบทุกเรื่อง พวกที่จบปริญญาตรี,ปริญญาโท นั่งทำงานด้วยกัน 3 ปี ไม่รู้ว่าเรียนเกินสมองหรือเปล่า ทำอะไรไม่เป็นเลย รอเซ็นต์หนังสืออย่างเดียว ผมคิดว่าเราอย่าหลงปริญญามาเป็นเครื่องวัด ดูผู้บริหาร เจ้าสัวของเมืองไทยทุกวันนี้เขาไม่จบปริญญาเลยแต่มีความคิดและบริหารกิจการได้รุ่งเรืองกว่าพวกจบปริญญา ผูกเนคไทโก้หรู
woongtas
ความคิดเห็นที่ 158 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก.พ. เป็นผู้กล้าหาญ หรือ กล้าบ้าบิ่น !!

การผลักดันกฏหมายข้าราชการพลเรือนฉบับนี้ ก.พ. กล้าอย่างบ้าบิ่น เปรียบเสมือนนักบิน"คามิกาเซ่"ของญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ก.พ.อาจหาญปรับปรุงโครงสร้างค่าตอบแทนข้าราชการ โดยเฉพาะการเปลี่ยนระบบ P.C. (Position Classification) ที่มีมานานถึง 33 ปี

แม้กระทั่งรัฐบาลสหรัฐปฏิรูปการเมืองก็ไม่เปลี่ยนระบบ P.C. เพราะถือว่าเป็นระบบบริหารค่าตอบแทนที่ดีที่สุดในโลก(World best).
สาเหตุที่ ก.พ.ต้องเปลี่ยนเพราะนำ ระบบ P.C.ของสหรัฐมาต้มยำจนเละเป็นระบบอุปภัมภ์ กลายเป็นระบบ P.C.ที่เลวที่สุดในโลก(World worst)

การปฏิรูปการบริหารหรือปฏิรูปการเมืองของรัฐบาลสหรัฐมีสังเขปดังนี้

1. ปฏิรูปเข้าสู่การบริหารระบบ TQM. (มาตรฐานสากลเรียก QMS. บางองค์กรเรียก Good Governance)
เน้นที่ภาวะผู้นำ(Leadership)และการวางแผนยุทธศาสตร์(Strategic Planning)

2. มีโครงสร้างเป็นระบบ(Organization as a System)
โดยยกเลิกโครงสร้างหลายลำดับชั้น(Hierarchy)ที่มีมานาน เช่น โครงสร้างตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2545 ของไทย ออกหมด

3. ให้มีการบริหารระบบ 2 ระบบคือ ระบบเอกสาร(Documented Procedures) และ ระบบทีม(Performing System)

4. การบริหารทุกเรื่องมุ่งที่คุณภาพหรือความพอใจของประชาชน(Customer Focus)

5. ให้มีการวัดผลสำเร็จของงาน (Results measurement) และ ใช้ Balanced Scorecard เป็นรากฐานจัดงบประมาณ

6. การบริหารค่าตอบแทนใช้ระบบ P.C.(Position Classification) เช่นเดิม
ก.พ.
ความคิดเห็นที่ 157 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบบราชการเป็นระบบที่ดี แต่คนที่บริหารอำนาจรัฐ คิดช่องทางแห่งประโยชน์มากไป เอกชนก็มีเรื่องเกื้อกูลมันไม่ผิด แต่สาระต้องไม่เปลี่ยนไปในหลักการ เงินค่าตอบแทนต้องใกล้เคียงกับตลาดด้วย เรียนป โทจบ วิศว ทำงานในสายอาจารย์ แน่นอนก็หวังตำแหน่งทางวิชาการเป็น ผศ รศ ศ แต่เราก็ต้องไปสั่งสมความรู้เพิ่มคิดค้นวิจัยใหม่ แต่รวมแล้วเงินเดือน ผศ. (12,040)ไม่ต้องตกใจคุณอ่านไม่ผิดหลอก น้อยกว่าสายปฎิบัติงานใน อบต ด้วย แล้วบอกว่าการศึกษาสำคัญ เรียนกันเข้าไปภาคค่ำ ช่วยอะไรไม่ค่อยได้หลอกครับ ครูเหนื่อแล้ว ข้าราชการที่มาเรียนต่อภาคค่ำ ควรให้หน่วยงานเป็นผู้คัดเลือกส่งมาเรียน เมื่อจบกลับไปแล้วก็ให้คนเหล่านั้นเข้าสู่ตำแหน่งทันที อย่างนี้ระบบพัฒนาบุคคลกรจึงประสบผล ไม่ใช่มาเรียนกันเองตอนอายุมาก เรียนจบแล้วก็ไม่รู้ทำอะไร ขอแค่จบ ช่วยที่นะอาจารย์เพราะเรียนไว้กันหมากัด พัฒนาคนสำคัญที่สุดครับ
catman_v@hotmail.com
ความคิดเห็นที่ 156 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หมอไม่ค่อยทำงานเอาแต่เปิดคลีนิกส่วนตัวและบางคนไปทำงานโรงพยาบาลเอกชนเบียดเบียนเวลาหลวง ต่างคนต่างมีความสำคัญเหมือนกัน หมอมาซ่อมระบบไฟฟ้าได้ไหม หมอซ่อมรถยนต์เป็นไหม มีหมอมีวิศวกร ไม่มีคนทำงาน(พวกปฏิบัติการ) จะมีประโยชน์อะไรคิดได้ แต่ลงมือทำไม่เป็น ไม่มีประสบการณ์ จะมีประโยชน์อะไร ผลตอบแทนพวกหมอพวกวิศวกร มากมายเหลือเกิน ทุ่มเทให้กับงานราชการมากพอสมกับเงินเดือนเงินค่าวิชาการเงินตำแหน่งแล้วหรือยัง ระวังจะเป็นกับดักปัญหาให้เกิดความแตกแยกและต่อต้านไม่ทำงานจากกลุ่มปฏิบัติการ ใครรับเงินเดือนมากกว่าก็ควรทำงานมากกว่าคนได้เงินเดือนน้อย หนีไม่พ้นปัญหาเฉื่อยงาน
ขี้ข้าของแผ่นดิน
ความคิดเห็นที่ 155 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังไงก็อยู่สายปฏิบัติการ เงินเดือนก็ตันแล้ว แค่ 22,220 ถึงมาเรียนจบปริญญาตรีภายหลังก็ไม่มีประโยชน์ ให้ทำงานรวดเร็วดีเด่นก็เท่านั้น ก็สู้พวกชำนาญการไปไม่ได้เงินเดือนตันตั้ง 36,020 ทำงานก็ไม่เอาอ่าว เรียนจบแค่ ปวช.แต่เงินเดือนห่างจากสายปฏิบัติการเป็นโยชน์ อยากลาออกเหมือนกัน แต่เศรษฐกิจอย่างนี้ก็คิดหนักอยู่
หง่อม
ความคิดเห็นที่ 154 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวกเช้าชาม เย็นชาม ยังเข้ามาทำงานบ้าง

เรื่องจริงๆเลย คือมีหมอ x รพ หนึ่ง ตอนนี้ ซีสูงมากๆ แต่จริงๆแล้ว ออกไปงานที่เอกชนในเวลาราชการเกือบทุกวัน และทำมาเป็นสิบกว่าปีแล้ว

อยากจะถามว่า รัฐบาลมีนโยบายจะจัดการกับคนพวกนี้อย่างไรบ้าง ไหนจะได้ทั้งเงินเดือนสูงมากจากรัฐบาล เงินประจำตำแหน่ง และไม่ทำงานหลวงแต่ไปหากินข้างนอก

เพื่อนร่วมงานก็ระอากันหมด หัวหน้าก็ไม่จัดการอะไร แบบนี้ ต้องให้ถึง ผอ หรือ กระทรวงไปเลย
รพ ราชวิถี สังกัดกรมการแพทย์
ความคิดเห็นที่ 153 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็น่าเห็นใจข้าราชการระดับภาคปฏิบัตินะทำงานแต่ละปีเงินเดือนขึ้นไม่กี่ร้อยบาท แต่ผมว่าที่น่าเห็นใจที่สุดและไม่ค่อยมีโอกาสได้เรียกร้องอะไร หรือเรียกร้องแล้วเสียงไม่ดังทำให้ผู้ใหญ่ไม่ได้ยินและไม่สนใจ น่าจะเป็นพนักงานจ้างเหมาหรือชื่อเดิมลูกจ้างชั่วคราวรายวันมากกว่าทำงานหลายปีเงินเดือนไม่ขยับขึ้นเลย หรือมีโอกาสแค่ขยับขึ้นตามเงินเดือนขั้นตำเท่านั้น และไม่มีสวัสดิการอะไรให้เลย
tana_korn50@sanook.com
ความคิดเห็นที่ 152 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทั้งระบบอุปถัมภ์และคุณธรรมเป็นของคู่กันขึ้นอยู่กับสถานการณ์และการเลือกคน แต่ต้องให้โอกาสระบบคุณธรรมในสัดส่วนที่มากกว่า (90-10)
PEE2131@hotmail.com
ความคิดเห็นที่ 151 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต่างคน..ต่างความคิดเห็น...ต่างประสบการณ์ที่เจอมา
ทุกคนได้รับผลกระทบหมด...แต่อยากให้มองว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ทำแล้วถูกใจทุกๆคน..คนที่ได้รับผลกระทบจะระดับไหนก็แต่...ถ้าทุกคนรู้จักหน้าที่และบทบาทของตนเองและมองโลกในแง่ดี...ทำหน้าที่ของตนเองให้ดี...โลกนี้ก็จะไม่มีปัญหาอะไรมาให่บ่นกัน...ทุกคนเรียกร้องในส่วนที่ตนเองเสียผลประโยชน์ทั้งนั้น...อยากให้อ่านพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานในวโรกาสต่างๆ...จะรู้ว่าคนดีจะไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคใดๆทั้งปวง ...เราเจอมามากมายที่ท่านทั้งหลายได้เขียนมาแต่ทุกวันนี้ยึดคำสอนของพระองค์ท่าน แล้วทุกคนจะทำงานได้อย่างมีความสุข...เข้าใจและขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน
pp_2509@hotmail.com
หน้าแสดงความเห็นที่ 4 จากทั้งหมด 4 หน้า
หน้าที่แล้ว
4 | 3 | 2 | 1
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
เลือกรูปภาพแสดงอารมณ์
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
ความคิดเห็น :
 *
คุณสามารถใช้รูปภาพแสดงอารมณ์ (Emoticons) เมื่อเข้าสู่ระบบสมาชิกผู้จัดการออนไลน์แล้ว
คลิกที่นี่ เพื่อเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
 
HOME ข่าวปก การเมือง เศรษฐกิจ - การค้า เศรษฐกิจโลก จีนาภิวัฒน์ ปริทรรศน์
บทความ ธุรกิจภูมิภาค การเงิน การตลาด ไอที ท่องเที่ยว - บริการ บ้าน - ที่ดิน
รถยนต์ E&M B - School HR

All site contents copyright ©1999-2006 Thaiday Dot Com Co., Ltd.